สารบัญญัติตาม พ.ร.บ.การ ......สารบ ญญ ต...

Preview:

Citation preview

สารบญญตตาม พ.ร.บ.การสาธารณสข พ.ศ. 2535

• หมวด 3 การจดการสงปฏกลและมลฝอย

• หมวด 4 สขลกษณะของอาคาร

• หมวด 5 เหตร าคาญ

• หมวด 6 การควบคมการเลยงหรอปลอยสตว

• หมวด 7 กจการทเปนอนตรายตอสขภาพ

• หมวด 8 ตลาด สถานทจ าหนายหรอสถานทสะสมอาหาร

• หมวด 9 การจ าหนายสนคาในทหรอทางสาธารณะ

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 2

หมวด 3 การจดการสงปฏกลและมลฝอย

• ม 4 สงปฏกล : อจจาระหรอปสสาวะ รวมถงสงอ นใดซงเปนสงโสโครก หรอมกลนเหมน

• มลฝอย : เศษกระดาษ เศษผา เศษอาหาร เศษสนคา เศษวตถถงพลาสตก ภาชนะทใส

อาหาร มลสตว ซากสตว หรอส งอ นใดทเกบกวาดจากถนน ตลาด ทเล ยงสตวหรอทอ น และหมายรวมถงมลฝอยตดเชอ มลฝอย ทเปนพษหรออนตรายจากชมชน

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 3

ความหมายศพทเฉพาะ

• สงปฏกล

“อจจาระหรอปสสาวะ และหมายความรวมถงสงอนใดซงเปนสง

โสโครกหรอมกลนเหมน”(พ.ร.บ. การสาธารณสข 2535)

“Human waste or Human excreta: ของเสยทปลอยหรอ

ขบถายออกจากรางกายมนษย ทส าคญไดแก อจจาระ (Feces) และ

ปสสาวะ (Urine)”

หมวด 4 เหตร าคาญ (ลกษณะของเหตร าคาญ ตามมาตรา 25)

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 5

ความส าคญของการจดการสงปฏกล

เชอโรคในสง

ปฏกล

มอ

น ำ

ดน

แมลงวนและ

สตวอนๆ

อำหำร

ผก

ผลไม

น ำนม

คน

ตำย

สขภำพ

เสอม

โทรม

ขอมลทควรน ำมำพจำรณำในกำรเลอกใช

ระบบบ ำบดและก ำจดส งปฏกล

• ขอมลดานสภาพภมประเทศและภมอากาศของทองถน

• ขอมลดานประชากร

• ขอมลดานระบบสาธารณปโภคและการอนามยสงแวดลอมของ

ทองถน

• ขอมลดานองคประกอบทางสงคมและวฒนธรรม

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 8

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 9

แผนทมความสาคญ คอเปนเครองชวยใหทผใชงานไดรบรและเขาถงขอมลไดงาย รวดเรว ตามสภาพแวดลอม สภาพภมศาสตร หรอขอมลทนาแสดงตามเจตนาของการสรางแผนทนนๆ ตลอดจนสามารถประยกตเปนเครองมอเพอการสอสาร การถายทอดรายละเอยด เหตการณ ปรากฏการณในพนทศกษาหรอพนททตองการแสดงได อยางมประสทธภาพ

ความส าคญของแผนท

การเลอกใชงานแผนท

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 10

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 11

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล12

GIS for real world model

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 13

GIS for Epidemiology mapping

เทคโนโลย GIS ชวยรวบรวมขอมลต าแหนงทต ง น าขอมลมาแสดงผลแผนท และวเคราะหขอมล ต าแหนงทเกดโรคตดตามสถานะสขภาพ และใหผใชสามารถเหนภาพรวมหรอวเคราะหความสมพนธกบสขภาพอนามยของประชาชนในดาน

การเกดโรค (occurrence)

การกระจาย (distribution)

สงก าหนด/ปจจย (determinants)

ทราบไดดวย- นยาม- ขนาด- ความรนแรง

ตามตวแปร- บคคล- เวลา- สถานท

พบในองคประกอบ 3

- Agent- Host- Environment

อ.วนชย อาจเขยน ส านกระบาดวทยา

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 14

GIS for Epidemiology mapping

อ.วนชย อาจเขยน ส านกระบาดวทยา

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 15

GIS for Epidemiology mapping

Ref : Nathaniel Bell

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 16

GIS for Epidemiology mapping

Where? แหลงทพบสงกอโรค (Agent)

1. ทไหนมการระบาดของโรค?2. ทไหนทพบบคคล หรอชมชนทมความเสยงมากทสด?3. ทไหนทเราควรระบต าแหนงทรพยากร โรงพยาบาลทม ศกยภาพมากทสด?4. และแนนอนทสด เมอเราร "ทไหน" ทเปนต าแหนงทดกวา ค าถามตอมาคอ "ท าไม"

Ref : Nathaniel Bell

All things are related, but nearer things

are more similarly related than distant

things (Tobler)

high crime rates situated by areas

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 17

GIS for Epidemiology mapping

GIS ชวยสนบสนนอะไรไดบาง สงทเราไมสามารถวเคราะหดวยสถต

1. GIS สามารถสรางแผนทจ าลองสถานการณเชงพนทมคณสมบตท าแผนทไดหลายอยางเพอปรบปรงการเฝาระวงดานสขภาพตลอดจนตดตามและวดระดบความเสยงทตอเนอง หรอมความเชอมโยงกบ point source ทสงผลกระทบกบประชากร2. เราสามารถก าหนดปรมาณการกระจายเชงพนท หรอผลกระทบเชงพนท เพอก าหนดประเภทของความสมพนธทอาจเกดขน (เชน การกระจาย, การอยตดกน) 3. เราสามารถเชอมโยงฐานขอมลจ านวนมากเขากบตารางสถตเชงปรมาณและรวมกบขอมลทอางองเชงพนทได เปนเครองมอทสรางสมมตฐานชนดหนงทด

Ref : Nathaniel Bell

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 18

GIS for Epidemiology mapping

แหลงทพบสงกอโรค (Agent)

มชวต• Bacteria• Rikettsia• virus• Parasite• Fungus

ไมมชวต• พลงงาน –การเคลอนทของวตถสงของ• ความรอน รงส

• สารเคม• เสยง

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 19

GIS for Epidemiology mapping

การใช GIS ชวยสนบสนนการเฝาระวงทางระบาดวทยา(Epidemiology Surveillance with GIS mapping)

การจดท าฐานขอมลแผนทในระบบ GIS เพอสนบสนน กระบวนการตดตามสงเกต และพจารณาอยางมระบบและตอเนอง ในลกษณะ การเกด และ การกระจาย ของ โรคภย ไข เจบ ตาง ๆ ตลอดจนปจจยทมอทธพล ตอการเปลยนแปลง การเกด และ การกระจาย ของ โรค ภย ไข เจบเหลาน นดวยโดยมวตถประสงคส าคญ เพอใหทราบถงการเปลยนแปลงแนวโนม และการกระจายของปญหาสาธารณสข ซงจะน าไปส การด าเนนการควบคมปองกนทม ประสทธภาพ

อ.วนชย อาจเขยน ส านกระบาดวทยา

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 20

http://gishealth.moph.go.th/healthmap/gmap.php

GIS from moph

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 21

http://gishealth.moph.go.th/pcu/index.php

GIS from moph

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 22

กองประเมนผลกระทบตอสขภาพ กรมอนามย กระทรวงสาธารณสขhttp://hpcnet.info/nehis/home.html#/map

GIS from hpcnet

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 23

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

การจดท าแผนท GIS ชวยใหผใชงานเหนภาพรวมของการกระจายของโรค หมายถง ลกษณะทางระบาดวทยาของการเกดโรค เมอพจารณาในดานบคคล เวลา สถานท• ไมใชการกระจายของโรคจากคนหนงไปยงอกคนหนงซงมกใชค าวา การถายทอดโรค (Transmission) แทน• ดงน น การกระจาย ใชกบท งโรคตดเชอและโรคไรเชอ

อ.วนชย อาจเขยน ส านกระบาดวทยา

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 24

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

บคคล

เวลา

สถานท

•อาย•เพศ•อาชพ• ฯลฯ

• เกดขนเมอไหร• สปดาห เดอน ป• ฯลฯ

•ทอย•ทท างาน•ทพกผอน• ฯลฯ

อ.วนชย อาจเขยน ส านกระบาดวทยา

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 25

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

Source : Department of Medical Science and Children Hospital Bangkok, Thailand

Data as of November 3, 2000

Prepared by : Office of Dengue Control CDC Dept., Ministry of Public Health , Thailand

อ.วนชย อาจเขยน ส านกระบาดวทยา

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 26

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

การสอบสวนการระบาดของโรค– เปนการคนหาขอเทจจรงของเหตการณการระบาด โดยการรวบรวมขอมลตาง ๆ อธบายรายละเอยดของปญหา คนหาสาเหตเพอน าไปสการควบคมปองกนปญหาการระบาดคร งน น ๆ และคร งตอไป– ตอบค าถาม - What, Who,Where, When, Why,How- จดท าแผนทการกระจายโรค

ป 2551 ประเทศไทย มผปวยโรค

ไขเลอดออกถง 87,494 ราย

อ.วนชย อาจเขยน ส านกระบาดวทยา

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 27

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

แนวคด LAYER ในระบบ GISการใชงาน GIS ผใชจะตองสรางแผนทเปน LAYER หรอช นขอมลแผนทการแบงช นขอมลเปนกระบวนการจดท าแผนทจากขอมลตางๆ มาเปนตวแทนพนทดน และระบต าแหนงทต งของวตถท สนใจลงไปบนแผนทอาจจะมหลายช นขอมลเปนตวแทนต าแหนงแผนท หรออาจจะเปนต าแหนงเดยว หรอต าแหนงทตอเนองบนพนผวของโลกทมาจากการวเคราะหขอมลปรากฎการณตางๆ

ขอมล LAYERอาจจะเลอกใชไดใน 2 รปแบบคอVector Data ModelRaster Data Model

Ref : Nathaniel Bell

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 28

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

Spatial data ขอมลเชงพนทเปนขอมลทเกยวของกบ ต าแหนงทตง รปรางของพนท และความสมพนธระหวางพนทภมศาสตร

Ref : Nathaniel Bell

ตวอยางวธในการสรางขอมลเชงพนทใน GIS ขอมลสามารถจบคตามระบบพกดแผนทเชน ละตจด/ลองจจด หรอใชความสมพนธเชง ทอพอโลย คออธบายต าแหนงของวตถทระบต าแหนง (X,Y) เชนต าแหนงสถานตรจวดคณภาพอากาศแหงหนงทระบต าแหนง X,Y

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 29

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

การเชอมโยงฐานขอมลกบตารางสถตทเกยวของกบดานสขภาพ ใหเปนฐานขอมล GIS ส าหรบวเคราะหขอมลเชงพนท หรอแสดงแผนท เปนจดเดนทส าคญอกอนหนงในการรวบรวมขอมลดานสขภาพใน GIS

Ref : Nathaniel Bell

วธการพนฐานส าหรบการเชอมโยงตารางขอมลสถตดานสขภาพไปไวในฐานขอมล GIS

1.Address Matching (e.g. geocoding)2.Attribute Joins3.GPS uploads

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 30

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

ขอมลทรวมใน GIS ทไดรบจากสถานทตางๆ และรปแบบทแตกตางกน จ าเปนตอง น าขอมลตางๆ มารวมเขาดวยกนในการวเคราะห GIS

ขอมลเชงพนททประกอบดวยขอมลสถตทเชอมโยง เชน จ านวนประชากรทอาศยอยในเขตนนๆ และจะน ามาใชจดกลมขอมล เชน จ านวนความหนาแนนตอพนทของผ อยอาศย รายไดเฉลย หรอ ขอมล socio-demographic data

เมอรวมขอมลแผนทเฉพาะหรอตารางสถตจะท าใหผใชวเคราะหความสมพนธระหวางขอมลเชงพนทได

Ref : Nathaniel Bell

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 31

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

การน าตารางขอมล record ทอางองกบถนน ทอย (ทอยของผปวย, สถานทอบตเหต อนๆ) เพอจะแปลงขอมลเปน GIS โดยเราจะใชวธการทเรยกวา Geocoding

Ref : Nathaniel Bell

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 32

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

Ref : Nathaniel Bell

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 33

GIS for Epidemiology mapping

การท าแผนทการกระจายของโรค (Distribution with GIS mapping)

Ref : Nathaniel Bell

รโมทเซนซงส ารวจทรพยากรRemote Sensing

จพเอสก าหนดต าแหนงพนโลกGlobal Positioning Systems

ระบบสารสนเทศภมศาสตรGeographic Information System

เพอการวางแผนพฒนาทองถน

34

องคประกอบระบบภมสารสนเทศGeo-Informatics

รศ.ดร.สเพชร จรขจรกล

REMOTE SENSING TECHNOLOGY

GIS

Data GIS Database

REMOTE SENSING IMAGE PROCESSING

3636

• การรบรจากระยะไกล หรอ รโมทเซนซง(สรชย, 2546) เปนวทยาศาสตรและศลปะของการไดมาซงขอมลเกยวกบวตถ พนท หรอปรากฎการณจากเครองมอบนทกขอมลโดยปราศจากการเขาไปสมผสวตถเปาหมาย ทงนอาศยคณสมบตของคลนแมเหลกไฟฟา เปนสอการไดมาของขอมลใน 3 ลกษณะ คอ

• ชวงคลน (Spectral)

• รปทรงสณฐานของวตถบนพนโลก(Spatial) และ

• การเปลยนแปลงตามชวงเวลา (Temporal)

การรบรจากระยะไกล (Remote Sensing)

รศ.ดร.สเพชร จรขจรกล

37รศ.ดร.สเพชร จรขจรกล

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 38

UAV

รศ.ดร.สเพชร จรขจรกล 39

Unmanned aerial vehicle

UAV / DRONE

• อากาศยานไรคนขบ หรอ ยเอว (องกฤษ: Unmanned Aerial Vehicle, UAV) เปนอากาศยานไรคนขบ

• ยเอวคอโดรน (Drone) มรปราง ขนาด รปแบบ และเอกลกษณทแตกตางกนไป

• นกวจยสามารถออกแบบตดตงระบบเครองบนและเฮลคอปเตอรบงคบวทย (RC)

• โดยเฉพาะโดรนแบบใหบนอตโนมต (Drone, UAV) เพองานถายภาพทางอากาศ (หรอภาพมมสง)

40

GPS ระบต าแหนงทอย อปกรณระบต าแหนงพกด

Location from GPS/GNSS

อานคาพกดจากแผนท

42

ระบบพกดภมศาสตร ระบบพกดกรดยทเอมDD : Decimal Degrees องศาทศนยม UTM : Universal Transverse MercatorDMS : Degrees, Minutes, Seconds องศา, ลปดา, ฟลปดาDM : Degrees, Decimal minutes องศา, ลปดาทศนยม

รศ.ดร.สเพชร จรขจรกล 43

ตรวจสอบพกดต าแหนงภมศาสตรดวยจพเอส

ระดบความถกตองใหเลอกใชงาน แปรผนตามระดบราคา

•GPS 2 เครองขนไป เชน Leica รนSR520 ฯลฯ•วางหมด Control ส าหรบงานรงวด

•GS50 1 เครอง และ GS500 1 เครองBase & Rover•มาตราสวนกลาง เชน แผนท 1:1000

•GPS Leica รน GS5+ 1 เครอง , Pocket PC 1 เครอง และ Arcpad software•มาตราสวนกลาง เชน แผนท 1:4000

•GPS 1 เครอง ทกรน ทกยหอ•มาตราสวนกลาง เชน มาตราสวนเลก เชน แผนท 1:20000 , 1:50000 ฯลฯ

สมารทโฟนใช AGPS iOS ใชโปรแกรมฟร Handy GPS

supetgis2me@gmail.com

Location from GPS

Maintain Roads and Highways

Locate SchoolsPlanning Process

Plans Bus RoutesCadastral Plan

Clean water Plan

ทมงานตองบนทกคาพกด GPS บานประชาชนทกหลงคาเรอนหรอใหมากทสด และสถานบรการดานสธ. ใชขอมลถนนใหละเอยดมากเทาทสามารถหาได น าเขาสระบบ GIS และแสดงผลบนโปรแกรม ArcGIS 10.1 for Desktop

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 47

ทมา....ศนยอนามยท 6 ชลบร

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 48

ทมา....ศนยอนามยท 6 ชลบร

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 49

ทมา....ศนยอนามยท 6 ชลบร

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 50

ทมา....ศนยอนามยท 6 ชลบร

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 51

ทมา....ศนยอนามยท 6 ชลบร

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 52

ทมา....ศนยอนามยท 6 ชลบร

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 54

รปแบบการน าเสนอของ GIS

Feature Examples Graphic Data Attribute Data

จด (point) - เสา- หมอแปลง- สวทช

- ความสงของเสา- Rating KVA- สถานะของสวทช

เสน (line) - ถนน- สายไฟฟา

- ประเภทถนน- ขนาดของสายไฟ

พนท (polygon)- เขตอ าเภอ- แหลงน า

- จ านวนประชากร- ประเภทของแหลงน า

GIS Data Creating

480585.5, 3769234.6

483194.1, 3768432.3

485285.8, 3768391.2

484327.4, 3768565.9

483874.7, 3769823.0

Hardcopy maps

GPS

GIS

Data

Coordinates with TabulationDigital data

Digital

GIS Database

Digitization Technology

GIS

Data GIS Database

Digitizer Board Head up Digitizing

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 58

โปรแกรมทสามารถใชงานไดฟร

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 59

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 60

แปลงทดน1120

1121 1124

1123200

ภมประเทศ

แหลงน า

เสนทางคมนาคม ขนสง

- -

อาคาร

REAL WORLD

สาธารณปโภค

GIS Stores Data as Layers

ถนน

แหลงน า

สถานทส าคญ

โรงพยาบาล

GIS Features in Real World

POINT– เปนขอมลประเภทจดหรอต าแหนง

– ใชบอกต าแหนงทตงของขอมล

– ตวอยาง เชน ต าแหนงของสถานทส าคญ หมอแปลงไฟฟา อปกรณไฟฟา ฯลฯ.

GIS Feature Type : Point

– เปนขอมลประเภทเสนตรงหรอเสนโคง

– ประกอบดวยจดเรมตนและจดสนสดของเสนเรยกวา NODE

– จดหกมมเรยกวา VERTEX

– สามารถบอกความยาวของวตถนนๆไดโดยอตโนมต

– ตวอยาง เชน แนวถนน เสนขอบอาคาร แนวสายไฟฟา

Line

Node

X1,Y1

Vertex

X2,Y2

Node

X3,Y3

Length = 15.26

GIS Feature Type : Line

– เปนขอมลประเภทพนทซ งประกอบดวยเสนปดลอมรอบพนท

– สามารถบอกอาณาบรเวณทครอบคลมของวตถนน

– สามารถหาเนอทของ Polygon นนๆไดโดยอตโนมต

– ตวอยาง เชน พนทอาคาร อาณาเขตการปกครอง แหลงน า ฯลฯ.

POLYGON

AREA = 340Sq.Km.

GIS Feature Type : Polygon

Combined Feature Types on Map

ประเดนการใชงาน GIS ในงานสาธารณสข

• การวเคราะหทางระบาดวทยา– การกระจายของการตาย

– การกระจายของการปวย

– การกระจายของอบตเหต อบตภย

– การกระจายของปจจยเสยง

– การวเคราะหความสมพนธระหวางปจจยเสยงกบ ผลลพธสขภาพ

• การวเคราะหระบบบรการสขภาพ– การกระจายของทรพยากรสขภาพ

– การกระจายของสมรรถนะบรการสขภาพ

– การวเคราะหการเขาถงบรการ

ขอมล GIS

Spatial Dataขอมลเชงพนท

Attribute Dataขอมลตารางสถต

ทมงานตองบนทกคาพกด GPS บานประชาชนทกหลงคาเรอนหรอใหมากทสด และสถานบรการดานสธ. ใชขอมลถนนใหละเอยดมากเทาทสามารถหาได น าเขาสระบบ GIS และแสดงผลบนโปรแกรม ArcGIS 10.1 for Desktop

ขอมล GIS

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 70

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 71

ยงมจดทไมไดคนพบอกหลายแหงในภาคตะวนออก

จงหวดระยอง-อ าเภอปลวกแดง 2 แหงอ าเภอบานคาย1 แหง

จงหวดชลบร – อ าเภอเมอง 4 แหงอ าเภอบอวน 1 แหง อ าเภอหนองใหญ 1 แหง อ าเภอพานทอง 3แหง อ าเภอพนสนคม 4แหง อ าเภอเกาะจนทร 1 แหง

จงหวดสมทรปราการ – อ าเภอเมอง 2 แหง อ าเภอบางปะกง 2 แหง อ าเภอบางบอ 2แหง

ฉะเชงเทรา – อ าเภอบานโพธ 2 แหง อ าเภอพนมสารคาม 13 แหง

จงหวดปราจนบร – อ าเภอเมอง 1 แหง กรงเทพมหานคร – เขตลาดกระบง 1 แหง

เกณฑการหาพนทเหมาะสมในการฝงกลบของเสยอนตราย

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 72

ขอพจารณาดานวศวกรรม

เกณฑการหาพนทเหมาะสมในการฝงกลบของเสยอนตราย

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 73

ขอพจารณาดานสงแวดลอม

แผนทวเคราะหการเขาถงบรการดานสาธารณสข โดยทมงานตองบนทกคาพกดบานประชาชนทกหลงคาเรอนหรอใหมากทสด และสถานบรการดานสธ. ใชขอมลถนนใหละเอยดมากเทาทสามารถหาได และใช Network Analyst เพอวเคราะหระยะเวลาในการเขาถงบรการ

ขอมล GIS

ระบบสารสนเทศภมศาสตร

75รศ.ดร.สเพชร จรขจรกล

วธการใชงาน GIS ในงานสาธารณสข

1. การวเคราะหการกระจายทางภมศาสตรของขอมลดานสาธารณสข ทสมพนธกบพนทขอบเขตการปกครอง / การบรหาร / ภมศาสตร

– ขอมลระดบภาค ระดบเขต (polygon กลมจงหวด ทงประเทศ)

– ขอมลระดบจงหวด (polygon หรอ point (centroid) จงหวด ทงประเทศ หรอของแตละ ภาค เขต)

– ขอมลระดบอ าเภอ (polygon หรอ point (centroid) อ าเภอทงประเทศ หรอของแตละ ภาค เขต จงหวด)

– ขอมลระดบต าบล (polygon หรอ point (centroid) ต าบล ทงประเทศ หรอของแตละ ภาค เขต จงหวด อ าเภอ)

การวเคราะหระดบจงหวดการวเคราะหอตราปวยโรคตดตอระดบจงหวด

การแสดงขอมลDot density (อตราปวยตอแสนประชากร10 ตอแสนประชากร = 1 จด)(ต าแหนงของจด เปนต าแหนงสมมต)

Dot densityDot densityInfluenza incidence 2547

ไขหวดใหญนพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

ขอมลจากส านกระบาดวทยา

การวเคราะหระดบอ าเภอ

การวเคราะหอตราตายระดบอ าเภอ

การแสดงขอมลGraduated color (อตราตายตอแสนประชากร)

Liver cancer mortality rate 2549Graduated color

มะเรงตบนพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

ขอมลจากส านกนโยบายและยทธศาสตร

การวเคราะหระดบอ าเภอ

การวเคราะหทรพยากรสขภาพระดบอ าเภอ

การแสดงขอมลGraduated color (อตราสวนบคลากรตอประชากร)

Doctor : 10,000 pop 2543

อตราสวนแพทยตอประชากรGraduated colorนพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

ขอมลจากส านกนโยบายและยทธศาสตร

การวเคราะหระดบหมบาน

การวเคราะหจ านวนตายระดบหมบาน

การแสดงขอมลGraduated symbol (จ าแนกโดยก าหนดเอง)(ต าแหนงของจด เปนต าแหนงหมบาน)

HIV and Suicide mortality 2547

โรคเอดส และฆาตวตาย

จงหวดแพร

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

ขอมลจากส านกนโยบายและยทธศาสตร

การวเคราะหระดบหลงคาเรอน

ขอมลจงหวดชยนาท

หลงคาเรอนทมผปวยไขเลอดออก

การแสดงทอยของผปวยโรคตดตอระดบหลงคาเรอน

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

วธการใชงาน GIS ในงานสาธารณสข

3. การวเคราะหการกระจายทางภมศาสตรของขอมลดานสาธารณสข ทสมพนธกบต าแหนงพกดของสถานพยาบาล

– ขอมลระดบสถานพยาบาล (point หรอ polygon ทงประเทศ หรอของแตละ ภาค เขต จงหวด อ าเภอ)

4. การวเคราะหการกระจายทางภมศาสตรของขอมลดานสาธารณสข ทสมพนธกบต าแหนงพกดของ landmark อนๆ

– ขอมลของโรงเรยน วด โรงงาน สถานประกอบการ ฟารม ถนน แมน า จดตรวจวดคณภาพอากาศ น า ฯลฯ (point หรอ polygon ทงประเทศ หรอของแตละ ภาค เขต จงหวด อ าเภอ ต าบล)

การวเคราะหระดบสถานพยาบาล

ขอมลพกดสถานพยาบาล

กระทรวงสาธารณสขส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

การแสดงขอมลSingle symbol (1 สถานพยาบาล = 1 จด)(ต าแหนงของจด เปนต าแหนงสถานพยาบาล)

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

การวเคราะหระดบสถานพยาบาล

กระทรวงสาธารณสขส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

การแสดงขอมลGraduated symbol (1 สถานพยาบาล = 1 จด)(ต าแหนงของจด เปนต าแหนงสถานพยาบาล)

การวเคราะหจ านวนเครองมอแพทยระดบสถานพยาบาล

เครอง CT scanนพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

การวเคราะหระดบสถานพยาบาล

การวเคราะหจ านวนแพทยและเครองมอแพทยระดบสถานพยาบาล(รายละเอยด)

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

วธการใชงาน GIS ในงานสาธารณสข

5. การวเคราะหการกระจายของขอมลพกดทางภมศาสตรของเหตการณทางสขภาพ (Health event)

– ขอมลพกดของอบตเหต (point ระดบจงหวด อ าเภอ ต าบล)

– ขอมลพกดของอบตภย (point ระดบจงหวด อ าเภอ ต าบล)

การวเคราะหเหตการณสขภาพ

พกดของต าแหนงจดเกดอบตเหตจราจรบนถนน

ขอมลจากสถาบน AIT: โครงการพฒนาศกยภาพสารสนเทศอบตเหตจราจร

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

การวเคราะหข นสง

• การแปลงขอมลใหเปนขอมลตอเนอง (interpolation) จากขอมลแบบ vector เปน raster

• การวเคราะหการเขาถงบรการของหมบานโดยใช buffer ของสถานพยาบาล

• การวเคราะหจดทเปนจดศนยกลาง (mean center, central feature) และ standard distance จากศนยกลาง

• การวเคราะหการเกาะกลมของขอมล (cluster analysis, spatial autocorrelation) และ hot spot , cold spot

Buffering

• เมอก าหนดแนวกนชนหรอระยะรศมหางจากถนนในระยะ 2 กโลเมตร สามารถน ามาสบคนบานเรอนทอยในระยะรศมดงกลาวไดดวย

POINTS

MULTIPLE RING

Buffer

การวเคราะหต าแหนงของสถานททอยภายในหรอภายนอกรศมของสถานทอกสถานทหนง (point, line)

-หมบานทอยนอกรศม 5 กโลเมตร จากสถานพยาบาล (buffer สถานพยาบาล)-โรงพยาบาลทอยหางจากทางหลวงเกน 10 กโลเมตร (buffer ถนน)

จงหวดแพร

พกดสถานพยาบาลพกดหมบาน

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

Buffer

พกดสถานพยาบาล

พกดหมบาน

พกดหมบานทอยนอกรศม 5 กม.จากสถานพยาบาล

Buffer 5 กม.

Buffer เปนระยะขจดไมใชระยะทางจรงบนถนน

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

Buffer

พกดสถานพยาบาล

พกดหมบาน

พกดหมบานทอยนอกรศม 5 กม.จากสถานพยาบาล

Buffer 5 กม.

Buffer เปนระยะขจดไมใชระยะทางจรงบนถนน

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

Cluster and hot spot, cold spot

หมบานทเปน cold spot

หมบานทเปน hot spot

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

Interpolation

ขอมลอตราสวนการตายมาตรฐานระดบอ าเภอ926 อ าเภอ

ขอมลอตราสวนการตายมาตรฐานประมาณการทกพนท (พนผวประเทศไทย)

ขอมลอตราสวนการตาย

มาตรฐาน ของพกดอ าเภอ (จด

Centroid) จ านวน 926 จด

Interpolation

Inverse distance weight

มะเรงตบ 2543

ทมา:พนจ ฟาอ านวยผล

นพ.พนจ ฟาอ านวยผล

ส านกงานพฒนาระบบขอมลขาวสารสขภาพ

95

http://skagit.meas.ncsu.edu/~helena/gmslab/interp/F6.gif

การแสดงผลขอมล Zoning

รศ.ดร.สเพชร จรขจรกล

ขอมลประเภท THIESSEN POLYGON

96

การประมาณคาเชงพนท คอ วธการท านายคาของพนทในต าแหนงทขอมลมไมเพยงพอ โดยใชคาขอมลทอยขางเคยง ความถกตองของการประมาณคาขนอยกบจ านวน และการกระจายตวของเซลลททราบคา รวมทงสมการทางคณตศาสตรทน ามาใช มสมมตฐานทวา “จดทอยใกลกนทางพนทมกมคาคณสมบตทคลายกนมากกวาจดทอยไกลออกไป”

ขอมลประเภทแรสเตอร : Continuous

การน าเขาขอมลแรสเตอร

97

http://skagit.meas.ncsu.edu/~helena/gmslab/interp/F6.gif

การแสดงผลขอมล Raster

รศ.ดร.สเพชร จรขจรกล

ขอมลประเภทแรสเตอร : Continuous

98

อบตเหต อบตภย ภยธรรมชาต ลลล

วเคราะหการ

กระจายของ

สารเคมกรณท

เกดอบตเหต

จากแหลงผลต

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล

Source : ชวลนช อสาหด ผศ.ดร.เพญศร วจฉละญาณ

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 99

100รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล

101รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล

102รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล

103รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล

104รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล

105

วเคราะหการ

กระจายของ

สารเคมกรณท

เกดอบตเหต

จากแหลงผลต

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล

การพยากรณคาคณภาพสงแวดลอมสารเคมในอากาศ ดวยแบบจ าลองทางคณตศาสตร ตองใช Extension 3D Analyst เพอการวเคราะหการกระจายสารเคม และตรวจสอบต าแหนงของบานเรอนประชาชนทมโอกาสสมผสสารเคม ดวยโปรแกรม ArcGIS 10.1

การพยากรณคาคณภาพสงแวดลอมน าใตดน ดวยแบบจ าลองทางคณตศาสตร ตองใช Extension 3D Analyst เพอการวเคราะหการกระจายสารเคม และตรวจสอบต าแหนงของบานเรอนประชาชนทมโอกาสใชน าทมการปนเปอนดวยโปรแกรม ArcGIS 10.1

ประสานงานตวแทนชมชนเครอขาย ศนยอนามยท 6 ชลบร ส านกงานสาธารณสขจงหวดระยอง และนดการลงพ นทเพอท าความเขาใจ กบตวแทนของเครอขายฯ ในแตละชมชน

ลงพ นทเกบรวบรวมขอมลทเกยวของ และการสมภาษณตวแทนชมชน ดานการเฝาระวงดานอนามยสงแวดลอมของแตละหมบาน และระบต าแหนงพกดทต งดวย GPS ประกอบกบภาพถายจากดาวเทยม

บนทกขอมลพกด และรายละเอยดขอมลหลงคาเรอน และน ามาวเคราะหขอมลดวยระบบ GIS เพอจดท าแผนทระดบความเสยงตอแหลงก าเนดมลพษทางอากาศทพบในชมชน เพอจดท าแผนทเพอเฝาระวงดานอนามยสงแวดลอมดวยระบบGIS

ด าเนนสรปผลการตดตามการการเฝาระวงดานอนามยสงแวดลอมของกลมเครอขายฯ การไดเรยนรสถานการณปญหาในพ นทของตน และการเชอมโยงขอมลลงแผนท GIS ดจตอล เพอน าไปตอยอดการใชงานในอนาคต การท า GIS application spot map

ข นตอนการด าเนนการ

กจการทเปนอนตรายตอสขภาพ

ฟารมหม

ฟารมไก

โรงงานแปรรปไม

1000 ตว

1000 ตว

ไมยางพารา ทปลกในพ นทมาก

กจการทเปนอนตรายตอสขภาพระบบ EHIA

ฟารมหม

ระยะทางทไดรบผลกระทบ 5 กโลเมตร

ฟารมไก

ปญหาผลกระทบทเกดจากฟารมเล ยงสตว 7,733 หลงคาเรอน

ระยะ 3,000 เมตร

ระยะ 700 เมตร

ระยะ 500 เมตร

ระยะ 300 เมตร27 หลงคาเรอน (0.35%)

50 หลงคาเรอน (0.65%)

37 หลงคาเรอน (0.48%)

ระยะ 1,000 เมตร81 หลงคาเรอน (1.05%)

1225 หลงคาเรอน (15.84%)

ระยะ 5,000 เมตร1,495 หลงคาเรอน (19.33%)

นอกเขต 5000 เมตร4,818 หลงคาเรอน (62.30%)

ปญหาผลกระทบทเกดจากฟารมเล ยงสตวทไดจากการสมภาษณ

ระยะ 300 เมตร ระยะ 500 เมตร ระยะ 700 เมตร ระยะ 1000 เมตร

ผลกระทบดานกลน รนแรงชวงเวลาประมาณ 17.00 – 21.00 น.

และเหมนรนแรงในตอนกลางคนจ านวน 27 หลงคาเรอน

ผลกระทบดานกลน ปานกลางชวงเวลาประมาณ 17.00 – 21.00 น.

และเหมนรนแรงในตอนกลางคนจ านวน 50 หลงคาเรอน

ผลกระทบดานกลน นอยชวงเวลาประมาณ 18.00 – 21.00 น.

และเหมนรนแรงในตอนกลางคนจ านวน 37 หลงคาเรอน

ผลกระทบดานกลน นอยมากไดรบผลกระทบในบางคร งข นกบ

กระแสลมจ านวน 81 หลงคาเรอน

รปแบบฟารมสกร ม 3 ขนาด ทพบคอสกร 1000 ตว

ขนาดเลก ขนาดกลาง ขนาดใหญ

น าหนกหนอยปศสตวรวมต งแต 6 -นอยกวา 60 หนวยปศสตว( สกนขนต งแต 50-500 ตว)

น าหนกหนอยปศสตวรวมต งแต 60 -600 หนวยปศสตว

( สกนขนต งแต 500 - 5000 ตว)

น าหนกหนอยปศสตวรวมมากกวา 600 หนวยปศสตว

( สกนขน 5000 ตวข นไป)

ปญหามลพษทเกดจากการเล ยงสกร

ของเสยกลนเหมน

น าเสย

ปญหามลพษทเกดจากการเล ยงสกร

กจการทเปนอนตรายตอสขภาพ

โรงงานแปรรปไม

แหลงก าเนดฝนละออง

การจดท าแผนทความเสยง

บนทกจดพกดสถานทตนเหต

น าเขา GIS และวเคราะห

วเคราะหผลกระทบตอจ านวนครวเรอนในต าบลตวอยาง

จดท าสรปเพอน าเสนอตอเจาหนาททเกยวของ

กจการทเปนอนตรายตอสขภาพ

ระยะ 300 เมตร

ระยะ 500 เมตร

ระยะ 700 เมตร

ระยะ 1000 เมตร

ระยะ 5000 เมตร

ระยะ 3000 เมตร1,952 หลงคาเรอน (25.24%)

3,882 หลงคาเรอน (50.20%)

169 หลงคาเรอน (2.19%)

83 หลงคาเรอน (1.07%)

ระยะ 700 เมตร48 หลงคาเรอน (0.62%)

28 หลงคาเรอน (0.36%)

นอกเขต 5000 เมตร1,571 หลงคาเรอน (20.32%)

ปญหาผลกระทบทเกดจากโรงงานแปรรปไม

ผลกระทบตอปอดและ ระบบทางเดนหายใจ โดยตรง- เกดการบาดเจบหรออกเสบ- เพมความไวตอการตดเช อของระบบทางเดนหายใจ- เพมปฏกรยาตอบสนองของระบบทางเดนหายใจและ

ท าใหหอบหดมากข น

ผลกระทบตอ หวใจและระบบไหลเวยนโลหต- ฝนเขาไปในระบบไหลเวยนโลหต- ผลตอระบบประสาทอตโนมตทควบคม

การ ท างานของหวใจและระบบไหลเวยนโลหต

สารบญญตตาม พ.ร.บ.การสาธารณสข พ.ศ. 2535

• หมวด 3 การจดการสงปฏกลและมลฝอย

• หมวด 4 สขลกษณะของอาคาร

• หมวด 5 เหตร าคาญ

• หมวด 6 การควบคมการเลยงหรอปลอยสตว

• หมวด 7 กจการทเปนอนตรายตอสขภาพ

• หมวด 8 ตลาด สถานทจ าหนายหรอสถานทสะสมอาหาร

• หมวด 9 การจ าหนายสนคาในทหรอทางสาธารณะ

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 122

หมวด 3 การจดการสงปฏกลและมลฝอย

• ม 4 สงปฏกล : อจจาระหรอปสสาวะ รวมถงสงอ นใดซงเปนสงโสโครก หรอมกลนเหมน

• มลฝอย : เศษกระดาษ เศษผา เศษอาหาร เศษสนคา เศษวตถถงพลาสตก ภาชนะทใส

อาหาร มลสตว ซากสตว หรอส งอ นใดทเกบกวาดจากถนน ตลาด ทเล ยงสตวหรอทอ น และหมายรวมถงมลฝอยตดเชอ มลฝอย ทเปนพษหรออนตรายจากชมชน

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 123

ความหมายศพทเฉพาะ

• สงปฏกล

“อจจาระหรอปสสาวะ และหมายความรวมถงสงอนใดซงเปนสง

โสโครกหรอมกลนเหมน”(พ.ร.บ. การสาธารณสข 2535)

“Human waste or Human excreta: ของเสยทปลอยหรอ

ขบถายออกจากรางกายมนษย ทส าคญไดแก อจจาระ (Feces) และ

ปสสาวะ (Urine)”

การควบคมดแลสงปฏกล มลฝอยของราชการ สวนทองถน กบกรมโรงงานอตสาหกรรม

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 125

หมวด 4 เหตร าคาญ (ลกษณะของเหตร าคาญ ตามมาตรา 25)

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 126

ความหมายศพทเฉพาะ

• กำรบ ำบดสงปฏกล (Excreta treatment) การ

เปลยนสภาพของของเสยในสงปฏกลโดยการท าลาย ลด หรอ

ควบคมปองกนการแพรกระจายของเชอโรค และการยอยสลาย

สารอนทรยในสงปฏกลหรอลดคาบโอดของสงปฏกลเพอไมใหเกด

มลพษตอสงแวดลอมทางน า ทางดน เปนตน

• กำรก ำจดสงปฏกล (Excreta disposal)

การน าสงปฏกลทผานการบ าบดหรอผลผลตทเกดจากการบ าบด

ตางๆ ไปก าจดทงหรอน าไปใชประโยชนตอไป

เชอโรคในสงปฏกล

เชอโรค โรค ปสสำวะ อจจำระ

แบคทเรย

Escherichia coli อจจาระรวง

Leptospira interrogans เลปโตสไปโรซส

Salmonella typhi ไทฟอยด

Shigella spp. ชเกลโลซส

Vibrio cholerae อหวาตกโรค

เชอโรคในสงปฏกล

เชอโรค โรค ปสสำวะ อจจำระ

ไวรส

Poliovirus โปลโอ

Rotaviruses เอนเทอไรทส

โปรโตซว

Entamoeba histolytica บดมตว

Giardia intestinalis จอาดเอวส

เชอโรคในสงปฏกล

เชอโรค โรค ปสสำวะ อจจำระ

ไขและตวออนของหนอนพยาธ

Ascaris lumbricoides พยาธไสเดอน

Fasciola hepatica พยาธใบไมในตบ

Ancylostima duodenale พยาธปากขอ

Necator americanas พยาธปากขอ

Schistosoma spp. พยาธใบไมเลอด

Taenia spp. พยาธตวตด

Trichuris trichiura พยาธแสมา

ความส าคญของการจดการสงปฏกล

เชอโรคในสง

ปฏกล

มอ

น ำ

ดน

แมลงวนและ

สตวอนๆ

อำหำร

ผก

ผลไม

น ำนม

คน

ตำย

สขภำพ

เสอม

โทรม

เกณฑส าคญในการบ าบดและก าจดสงปฏกล

1. ไมปนเปอนผวดน

2. ไมปนเปอนกบน าใตดน

3. ไมปนเปอนกบน าผวดน

4. ไมเปนทอยอาศยของแมลงและสตวตางๆ

5. ตองไมมการขนถายอจจาระสด หากจ าเปนใหมนอยทสด

6. ตองปราศจากกลนเหมนรบกวนหรอสภาพทนารงเกยจ

7. การใชงานงาย สะดวก ปลอดภย

8. คากอสรางไมเกน10% ของราคาบาน

9. ใชวสดทมในทองถน บ ารงรกษานอย

10.หลกเลยงการใชน าเพอเจอจาง

11.ใชงานในพนทซงมชมชนอยหนาแนน

เกณฑส าคญในการบ าบดและก าจดสงปฏกล

ขอมลทควรน ำมำพจำรณำในกำรเลอกใช

ระบบบ ำบดและก ำจดส งปฏกล

• ขอมลดานสภาพภมประเทศและภมอากาศของทองถน

• ขอมลดานประชากร

• ขอมลดานระบบสาธารณปโภคและการอนามยสงแวดลอมของ

ทองถน

• ขอมลดานองคประกอบทางสงคมและวฒนธรรม

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 135

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 136

รศ.ดร. สเพชร จรขจรกล 137

Recommended