ชือนวัตกรรม : ลูกยางแดงด ูด (เสมหะ) ท...

Preview:

Citation preview

ช�อนวตกรรม : ลกยางแดงดด (เสมหะ) ทกรนทกวย ทนใจไรมอเตอร

รายช�อสมาชก

1. นางองคณาลกษณ แสวงด

2. นางสาวแววปราชญ ทองอนทร

3. นางสาวสจ ออนคา

4. นางสาวอรวรรณ ตะเคยนศก

5. นางสาวจนทรเพญ รบรอง

หลกการและเหตผล

การดดเสมหะโดยใชเคร�องดดเสมหะมประสทธภาพกวาแตครอบครวท�มปญหาทางเศรษฐกจอาจ

ไมสามารถจดหาได เน�องจากราคาของเคร�องดดเสมหะไฟฟา มราคาคอนขางสง การใชลกยางแดงอยาง

เดยวในการดดเสมหะไมสามารถดดเสมหะไดลก สวนการดดเสมหะดวยสายดดเสมหะ วธน/อาจเกด

ภาวะแทรกซอนตามมาจากผลของการใชความดนจากเคร�องดดเสมหะไมเหมาะสม ศนยดแลผปวยตอเน�อง

ท�บานมเคร�องดดเสมหะใหผปวยยมมจานวน 6 เคร�อง จากจานวนผปวยท�ตองการใช จานวนมากกวา 15 คน

เพ�มข/นทกป และมจานวนผปวยท�ไมรสกตว ท�มเสมหะไมมาก แตจาเปนตองมอปกรณ ชวยเหลอข/นตน

กรณมเสมหะมากกวาเดม ผดแลสามารถชวยเหลอผปวยไดทน ศนยดแลตอเน�องจงไดคดคนอปกรณท�ม

ประสทธภาพสง ภาวะแทรกซอนนอย ประหยด หาไดงาย ใชงาย จากลกยางแดงและสายดดเสมหะ โดย

ประยกตใชอปกรณท�มในหนวยงานคอ ลกยางแดงและสายดดเสมหะ มาประกอบเปนเคร�องมอชวยระบาย

เสมหะโดยไมใชเคร�องดดเสมหะ วตถประสงค เปนอปกรณในการดดเสมหะอยางมประสทธภาพโดยไมใช

เคร�องดดเสมหะกลมตวอยางท�ในการใชลกยางแดงดดเสมหะ จานวน 10 ราย ต/งแตเดอน ตลาคม 2554 –

กนยายน 2555 เคร�องมอในการเกบประกอบดวย แบบความพงพอใจ ลกยางแดงดด (เสมหะ) ทกรนทกวย

ทนใจไรมอเตอร ออกแบบขอคาถามจานวน 5 ขอ

ผลการศกษา

เม�อดาเนนการแลว พบวาผปวยผใหญท�มปญหาเสมหะมาก และผปวยเดกท�มเสมหะมาก เชน CP

ผดแลมความพงพอใจตอส�งประดษฐมากกวารอยละ 95

อภปรายผลการศกษา

อปกรณท�ประดษฐข/นโดยใช ลกยางแดงดด(เสมหะ)ทกรนทกวย ทนใจไรมอเตอร ดดเสมหะพบวา

มประสทธภาพในการดดเสมหะสงกวาลกยางแดงเพยงอยางเดยว และสามารถดดเสมหะอยางม

ประสทธภาพโดยไมใชเคร�องดดเสมหะผดแลสามารถปฏบตไดถกข/นตอนการสอน เกดความพงพอใจมาก

โดยการประเมนความคดเหนในการใชเพราะสามารถนาไปใชดแลผปวยท�บานได สะดวก ประหยด

คาใชจาย การดดเสมหะโดยใชเคร�องดดเสมหะมประสทธภาพกวาแตไมสามารถจดซ/อหาไดอปกรณท�

ประดษฐข/นสามารถดดเสมหะไดดกวาลกยางแดงธรรมดา นอกจากน/ยงทาความสะอาดและจดเกบไดงาย

วตถประสงค

อปกรณในการดดเสมหะอยางมประสทธภาพโดยไมใชเคร�องดดเสมหะใชตอเนองท�บานได ประโยชน

1. อปกรณท�มประสทธภาพในการดดเสมหะจากลกยางแดงและสายดดเสมหะ 2. ผดแลสามารถนาไปใชดแลผปวยท�บานได 3. สะดวก ประหยดคาใชจายในการจดซ/ออปกรณ 4. ใชกรณฉกเฉน ขณะผปวยเดนทางไมมเคร�อง Suction พกพา 5. ผปวยนอกเขต ระหวางประสาน เย�ยมบานตอเน�อง สามารถนาไปใชดแลผปวยท�บานได ลดความ

วตกกงวล 6. แทนเคร�องดดเสมหะ กรณเคร�องใหยมไมพอใช 7. ผปวยเกดความพงพอใจเน�องจากแรงดนในการดดไมมากเกนไป ลดการระคายเคอง กระตนการไอ

ขบเสมหะออกเองได

ข;นตอน 1. จดทาโครงการ

2. ประชมปรกษาหาปญหาในคลนก

3. ศกษาและรวมกนคนควาหาขอมล

4. วางแผนดาเนนงาน

5. นาแผนท�วางไวเขาสข/นตอนการปฏบต

- สรางอปกรณ

- นาไปทดลองใชในผปวยท�มเสมหะมาก

- สอนใหผดแลใชอปกรณ

- ประเมนผลและพฒนาอปกรณ

ระยะเวลาของการศกษา

กจกรรม ต.ค

54

พ.

54

ธ.

54

ม.

55

ก.

55

ม.

55

เม

.ย

55

พ.

55

ม.

55

ก.

55

ส.

55

ก.

55

ต.

55

1.คนหาปญหาจากการปฏบตงาน

2.ประชมปรกษาหาปญหาในคลนค - ประชมหาแนวทางแกไข - นาปญหาและแนวทางแกไขปรกษาในทม

3.วางแผนการดาเนนงาน

4.นาแผนท�วางไวเขาสข/นตอนการปฏบต - สรางอปกรณ - นาอปกรณท�ประดษฐไดปรกษา - นาอปกรณทดลองใชในผปวยท�มเสมหะ - รางโครงการ - นาเสนอ หวขอโครงการ - พฒนาและดาเนนโครงการสอนใหผดแลปฏบต 20 ราย - ประเมนผลของงาน

5.ประชมและประเมนผลของโครงการตามแนวทางท�วางไว

6.สงรายงานโครงการ

7.นาเสนอโครงการ

ข;นตอนในการประดษฐ ลกยางแดงดด(เสมหะ)ทกรนทกวย ทนใจไรมอเตอร

อปกรณ

1. ลกยางแดง ขนาด 0,1,2,3,4,5 ตามขนาดท�เหมาะสมกบผปวย

2. สายดดเสมหะเบอร 6 เบอร 8 เบอร 12 เบอร 14 เบอร 16 เลอกตามขนาดท�เหมาะสมกบผปวย

3. พลาสเตอรผาเหนยว

4. กรรไกร

รปประกอบ

วธการประดษฐ

นาลกยางแดง ขนาด 0,1,2,3,4,5 ตามขนาดท�เหมาะสมกบผปวย ตอกบสายดดเสมหะเบอรใหญกวา

เบอรท�ตองการใช 1 เบอร เชนตองการใชเบอร 6 ดดเสมหะใหใช เบอร 8 เปนขอตอ ตองการใชเบอร 12 ดด

เสมหะใชเบอร 14เปนขอตอ ตองการใช เบอร 16 ใชเบอร 18 เปนขอตอ เลอกตามขนาดท�เหมาะสมกบผปวย

พนพลาสเตอรผาเหนยวกบสายดดเสมหะ ตามความเหมาะสมของผปวย

ภาพประกอบ

ตดสายดดเสมหะขอตอเบอรท�ใหญกวาเบอรท�ตองการดดเสมหะ 1 เบอรแนวตรง ดงภาพประกอบ

เลอกใชสายดดเสมหะท�ตองการใชกบผปวยท�เลกกวาสายขอตอ 1 เบอร เชนขอตอ สายดดเสมหะเบอร 14

สายดดเสมหะดดผปวยใชเบอร 12

ภาพประกอบ

ตดสายดดเสมหะท�ตองการใชแนวเฉยง

ตอเขากบสายดดเสมหะท�เปนขอตอ

ตอเขากบสายดดเสมหะท�เปนขอตอ

ลกยางแดงดด( เสมหะ ) ทกรนทกวย ทนใจไรมอเตอร

การดดเสมหะท�บาน

ข;นตอนในการปฏบตคาแนะนาและสอนผดแล

1.แนะนาการประเมนอาการท�แสดงวาตองการดดน/ามกและเสมหะใหผดแลทราบ

ประเมนอาการจากการสงเกต พบอาการดงตอไปน/ คอ มน/ามกในจมกหรอมเสมหะในคอ ขณะ

หายใจไดยนเสยงครดคราดของเสมหะในปอด ไอบอย ไดยนเสยงเสมหะ หรอเดกรองกวนมาก

ผดปกตกระสบกระสาย ไมยอมดดนมหรอดดนมลาบาก หายใจเรวมอาการหายใจลาบาก เชน

หายใจแรงจนซ�โครงและหนาอกบม จมกบาน หรอหายใจมเสยงดงใหผดแลวางมอแนบอกหรอ

หลงของเดกปวยรสกส�นสะเทอนและครดคราด

2.การเตรยมอปกรณสาหรบดดน/ามกและเสมหะ ในกรณท�เดกไมใหความรวมมอและด/น

มากใชผาหอตวเดก ภาชนะเพ�อใชรองน/ามกหรอเสมหะท�จะบบท/งจากลกยางแดงดดทกรนทกวย

แรงทนใจไรมอเตอร มภาชนะสะอาดสาหรบเกบ ชดลกยางแดงและสายดดเสมหะท�ลางทาความ

สะอาดแลว

3.การเตรยมตวของผดแลกอนดดน/ามกหรอเสมหะ ผดแลจะตองลางมออยางถกวธดวยน/า

กบสบกอนการดดน/ามกและเสมหะ โดยวธลางมอใหสะอาด

4. เชดมอใหแหงดวยผาท�สะอาด

5. การเตรยมผปวยกอนดดน/ ามกหรอเสมหะ

5.1 ในเดกเลกท�ไมใหความรวมมอและด/นมาก ควรใชผาหอตวเดก การหอตวเดกใหใชผาบางๆ หอ

ตวเดกเพ�อเกบแขนท/งสองขางปองกนไมใหเดกเอามอมาปดและด/นขณะดด และเพ�อไมใหสาย

Suction กระแทกเย�อบจมกหรอภายในชองปากทาใหเลอดออกไดนอกจากน/ จะชวยใหบดาหรอ

มารดาสามารถดดน/ามกหรอเสมหะไดสะดวก

5.2 ในเดกท�ใหความรวมมอ บดาหรอมารดาบอกเดกเพ�อลดความกลว

5.3 จดทาผปวยผปวยนอนหงายกรณเดกบอกเดกหรอจดทาใหนอนตะแคงหรอนอนหงายเอยงหนา

ไปดานใดดานหน�ง เพ�อปองกนเดกสาลกน/าลาย หรออาหารเขาปอด หากเดกอาเจยนขณะดดน/ามก

หรอเสมหะ และไมควรดดน/ ามกหรอเสมหะตอนเดกอ�มนม หรอหลงรบประทานอาหารเสรจ

ภายใน1-2 ช�วโมง

5.4 ถาผปวยไดรบการพนยาและเคาะปอด ควรดดน/ามกและเสมหะกอนการพนยาและเคาะปอด

6. การดดน/ามกและเสมหะดวย ลกยางแดงดดทกรนทกวย แรงทนใจไรมอเตอรสามารถทา

ไดดงน/

6.1 ในกรณท�พบวามน/ามกในจมกใหบบลกยางแดงดดทกรนทกวย แรงทนใจไรมอเตอร จบสายดด

เสมหะเขาในรจมกขางใดขางหน�งโดยสอดเขาไปประมาณ 1-1.5 ซม.และโดยมอท�บบลกยางแดงไว

คอย ๆปลอย พรอมๆ กบน/ามกจะถกดดเขาไปในสาย Suction มอขางท�จบสายSuctionแลวจงคอยๆ

ดงสาย Suctionออกจากรจมก แลวนาสาย Suctionไปบบเขาออกในน/าท�สะอาดหลายๆ คร/ งจนหมด

หรอเสมหะ และสะบดใหแหงกอนทาการดดคร/ งตอไป และทาการดดซ/ าหลายๆ คร/ งในรจมก และ

ดดน/ามกออกจนหมดในจมกแตละขาง หลงดดน/ามกแลวควรเวนชวงใหผปวยหายใจสกระยะหน�ง

กอนดดคร/ งตอไป

6.2 ในกรณท�พบวามเสมหะในลาคอ ใหสอดสายSuctionเขาทางปากเพ�อดดเสมหะในคอออก ถา

ตองการใหไอเอาเสมหะออก ใหสอดสาย Suctionลกถงประมาณโคนล/นเพ�อกระตนใหไอในขณะท�

ไอจะมเสมหะข/นมาในคอ ใหปลอยมอท�บบลกยางแดงชาๆ สาย Suctionจะคอยๆเลอนดดเสมหะ

ออกพรอมๆกบเสมหะจะถกดดเขาไปในสาย Suctionแลวคอยๆ บบลกยางแดงออกนาสาย Suction

ดดชา ๆจากปาก นาสาย Suctionบบเขาออกในน/าท�สะอาดหลายๆ คร/ งจนหมดเสมหะและสะบดให

แหง และดดเสมหะซ/ าอกจนกระท�งไมไดยนเสยงเสมหะครดคราดในลาคอ

6.3 ผปวยท�เปนเดกระหวางการดดน/ามกและเสมหะ คอ หากขณะดดน/ามกหรอเสมหะแลวเดกไอ

หรออาเจยนออกมา บดาหรอมารดาจบเดกหนหนาไปดานใดดานหน�ง และควรเวนชวงใหเดก

หายใจสกระยะหน�งกอนดดคร/ งตอไป และถาเดกมน/ามกเหนยวขนหรอมจานวนมากตองแจงให

เจาหนาท�พยาบาลทราบทนทเพ�อชวยดดออกดวยเคร�องดดเสมหะ หรอถาอยท�บานมเสมหะจานวน

มากดดนาผปวยพบแพทยท�โรงพยาบาล

7.การดแลหลงการดดน/ามกและเสมหะ

7.1 เม�อพบวาเขยว หรอเหน�อยมาก ควรหยดทาทนทและแจงใหพยาบาลหรอแพทยทราบเพ�อให

การชวยเหลอตอไป หรอถาหากผปวยไดรบออกซเจนตามแผนการรกษา ผดแลควรใหการ

ชวยเหลอผปวยโดยใหไดรบออกซเจนกอนแลวจงไปแจงใหพยาบาลหรอแพทยทราบเพ�อใหการ

ชวยเหลอตอไป

7.2ถาเปนผปวยเดกควรอมหรอปลอบโยนเดกหลงดดน/ามกและเสมหะ เพ�อลดความกลวและทาให

เดกสงบเรวข/น

7.3 ดแลจดทานอนใหศรษะสง โดยใชหมอนหนนศรษะใหสงเลกนอยเพ�อใหทางเดนหายใจตรง

และปอดขยายตวไดอยางเตมท�

8.ผดแลตองลางมออยางถกวธดวยน/ากบสบหลงการดดน/ ามกและเสมหะ

9.การทาความสะอาดอปกรณท�ใชขณะเขารบการรกษาในโรงพยาบาล

นาลกยางแดงทาความสะอาดและสายดดเสมหะสงคนใหเจาหนาท�พยาบาลเพ�อท/งทกคร/ ง

10.การทาความสะอาดอปกรณท�ใชในบาน

ในกรณท�อยบานใหนาลกยางแดงและสาย Suctionท�บบน/ามกและเสมหะออกจนหมดแลว

ไปลางอปกรณหลงการใชงานใหสะอาดทกคร/ งดวยน/ายาลางจานท/งภายนอกและภายใน ตากให

แหง เกบในภาชนะสะอาดท�เตรยมไว กรณดดในทอ เปล�ยนสายดดเสมหะทกวน

ผลการปฏบต วนท� 30 ตลาคม 2554 นาอปกรณทดลองใชในผปวยสมองพการท�มเสมหะโดยใช Syringe 20 ccตอกบสายดดเสมหะเบอร 8ในการดดเสมหะพบวาดดเสมหะท�มความเหนยวขนท�มจานวนมากไมสามารถดดได เน�องจากแรงดดไมพอ วนท� 12 พฤศจกายน 2554 นาอปกรณทดลองใชในผปวยสมองพการท�มเสมหะโดยใช Syringe 50 cc

ตอกบสายดดเสมหะเบอร 8ในการดดเสมหะพบวา ขณะใสสายในลาคอพรอมใช Syringe ดดเสมหะ จะม

ปฏกรยาตอบสนองกระตนผปวยไอดข/น ท�มความเหนยวขนท�มจานวนมากดดไดเลกนอยและตดปลายสาย

ออกมาและในสวนเสมหะไมเหนยวดดไดด สายดดเสมหะมความยาวตองใชแรงดนในการดดมาก ทาใหดด

เสมหะไดชา

วนท� 5 มกราคม 2555 เปล�ยนอปกรณโดยนาอปกรณทดลองใชในผปวยสมองพการท�มเสมหะโดยใช ลกยางแดง ตอกบสายดดเสมหะเบอร 10 ตดสายดดเสมหะเบอร 8 ท�ตองการใชตอเขาใหไดขนาดท�เหมาะสมในการดดเสมหะพบวา ขณะใสสายในลาคอพรอมบบลกยางแดงดดเสมหะ จะมปฏกรยาตอบสนองกระตนผปวยไอดข/น ท�มความเหนยวขนท�มจานวนมากดดไดดและตดปลายสายออกมาและในสวนเสมหะไมเหนยวดดไดด ญาตมความพงพอใจโดยการสอบถามและนาปญหามาปรกษาในกลมผจดทาโครงการ วนท� 5 มกราคม 2555 นาอปกรณทดลองใชในผปวยสมองพการท�มเสมหะโดยใช ลกยางแดง ตอกบสายดดเสมหะเบอร 10 พรอมสาธตและแนะนาการปฏบตใหผดแลในการดดเสมหะพบวา ขณะใสสายในลาคอพรอมบบลกยางแดงสามารถดดเสมหะไดดกวา สายดดเสมหะเบอร 8และดดเสมหะท�มความเหนยวขนท�มจานวนมากได ญาตมความพงพอใจ

วนท� 8 กมพาพนธ 2555 นาอปกรณทดลองใชในผปวยผใหญท�มเสมหะโดยผดแลเปนผทดลองใช ลกยางแดงตอกบสายดดเสมหะเบอร 14 เปนขอตอตดตรงนาสายดดเสมหะเบอร12 ตดเฉยงตอเขาเบอร 14 ใหผดแลทดลองปฏบตในการดดเสมหะพบวาผทดลองสามารถประกอบอปกรณ ดดเสมหะไดตามข/นตอน ขณะใสสายในลาคอและจมกพรอมใช บบลกยางแดงสามารถใชสายเสมหะดดเสมหะได ทาความสะอาดเกบอปกรณไดและผดแลประเมนความพงพอใจ ผลจากการประเมน ผดแลมความพงพอใจในระดบมากถงมากท�สด

แบบประเมนความพงพอใจ ลกยางแดงดด(เสมหะ)ทกรนทกวย ทนใจไรมอเตอร คาช;แจง ใหใสเคร�องหมาย กากบาท ( X ) ลงในชองท�ทานเลอก

ขอมลท�วไป ช�อผปวย...............................................อาย ..........ป..บานเลขท�......หม...........ตาบล....................

อาเภอ...................จงหวด เบอรโทร................................ ขดส/นใตเหตผลท�ทานใชอปกรณ 1. เคร�องดดเสมหะไมพอ / 2. ผปวยท�รสกตวและไมรสกตว ท�

มเสมหะไมมาก แตจาเปนตองมอปกรณ ชวยเหลอข/นตน

หวขอ

ระดบความพงพอใจ

มากท�สด

(5)

มาก

(4)

ปานกลาง

(3)

นอย

(2)

นอยท�สด

(1)

1.อปกรณท�ใชดดเสมหะใชงาย 9 1

2.ดดเสมหะไดดกวาลกยางแดงธรรมดา 9 1

3.อปกรณหางาย สะดวก ประหยด 8 2

4.วธการใชเหมาะสม 8 2

5.การทาความสะอาดงาย 9 1

6.การเกบอปกรณสะดวก 9 1

ขอเสนอแนะจากผปวยและผดแล

อยากแนะนาใหผปวยอ�น ๆ ท�มปญหาเดยวกน ไดใช มประสทธภาพดกวาลกยางแดงธรรมดา

สามารถใชในผปวยทกกลมอาย ใชกบผปวยเดก CP ท�มเสมหะมาก และผปวยท�เจาะคอไดด เพราะไมม

ตนทนในการช/อเคร�องดดเสมหะ

ประเมนผลการศกษา

อปกรณโดยใชลกยางแดงตอสายดดเสมหะพบวามประสทธภาพในการดดเสมหะสงกวาลกยางแดง

เพยงอยางเดยว และสามารถดดเสมหะอยางมประสทธภาพโดยไมใชเคร�องดดเสมหะผดแลสามารถปฏบต

ไดถกข/นตอนการสอน เกดความพงพอใจมากโดยการประเมนความคดเหนในการใชเพราะสามารถนาไปใช

ดแลตอเน�องท�บานได สะดวก ประหยดคาใชจาย การดดเสมหะโดยใชเคร�องดดเสมหะมประสทธภาพกวา

แตไมสามารถจดซ/อหาไดอปกรณท�ประดษฐข/นสามารถดดเสมหะไดดกวาลกยางแดงเพยงอยางเดยว

นอกจากน/ยงทาความสะอาดและจดเกบไดงาย

ขอด

1. ชวยเหลอผปวยท�มปญหาเสมหะมากนาไปใชตอเน�องท�บานได

2. ไดพฒนาความคดสรางสรรค

3. เรยนรการแกไขปญหาอยางเปนระบบ

4. การทางานเปนทมและประสานหนวยงานท�เก�ยวของ

ขอเสย

1. ไมสามารถบอกแรงดนได

2. เส�ยงตอการตดเช/อไดงายถาผปฏบตไมปฏบตตามคาแนะนา เร�องการดแลความสะอาด

3. ผดแลตองมความร ไดรบการสอนกอนท�จะใชได

ปญหาและอปสรรคท�พบ

1. ดดเสมหะไดดในปากและลาคอ ในผปวยท� on TT tube ใชไดดกรณกระตนการไอ ลดการระคาย

เคองท�ทาใหเกดบาดแผลของเน/อเย�อ จากการใชแรงดดไมเหมาะสมหรอ ปลายของสายดดเสมหะ

ถกเย�อบในทางเดนหายใจได แตแรงดดไมเทาเคร�องดดเสมหะ

2. ผดแลมอายมาก หตง อานหนงสอไมได ทาใหการสอนตองใชเวลามาก

การประยกตส�งท�ไดเรยนรไปใชในการปฏบตงาน

สามารถนาส�งประดษฐไปใชในผปวยอ�นท�มปญหาเร�องเสมหะมากได

ขอเสนอแนะและส�งท�ควรปรบปรงแกไข

1. นาอปกรณท�ไดไปพฒนาใหมคณภาพและประสทธภาพมากข/นโดยเลอกลกยางแดงขนาดท�ใหญ

ข/น เบอร 5 ข/นไป ทดลองแรงดนท�ไดจากลกยางแดงแตละเบอร ปรบใชตามความเหมาะสม

2. ขยายผลดาเนนโครงการตอไปใชพฒนาในหนวยงาน ประเมนตดตามหลงจากการใช การตดเช/อ

และ ไมเกดอบตการณจากเสมหะอดก/นทางเดนหายใจในผปวยท�ใชอปกรณ

3. นาปญหาปรบปรงและพฒนาใหดย�งข/นดาเนนการทาวจยตอไป

เอกสารอางอง

กาญจนา ศรเจรญวงศ.(2551). การพยาบาลเดกปวยโรคปอดอกเสบ. ใน เอกสารคาสอนเร� องการพยาบาลเดก

ท�มปญหาในการแลกเปล�ยนกาซ. (หนา187-196).ภาควชาการพยาบาลกมารเวชศาสตร วทยาลย

พยาบาลเก/อการณย กรงเทพฯ:การแพทย.

กองสขศกษา. (2550). คมอเร� องการทาความสะอาดมอสาหรบบคลากรทางการแพทยและสาธารณสข. นนทบร:บรษท 2 Talents จากด.

ชวษฐ จนทรานวฒน.(2551). กายวภาคของปอด. นธพฒน เจยรกล บรรณาธการ.

ตาราโรคระบบการหายใจ. (หนา 11-18)(พมพคร/ งท� 2). กรงเทพฯ: ภาพพมพ.

สเนตรา แกววเชยร, ศรพร สงขมาลย, พรรณวภา อนทรยงค, และนศราวรรณ ชยศร.(2549). การประเมนประสทธผล และคาใชจายในการดดเสมหะทอทางเดนหายใจแบบระบบเปด

และระบบปด. กรงเทพฯ: สถาบนสขภาพเดกแหงชาตมหาราชน.

สมหญง โควศวนนท.(2552). การพยาบาลผปวยเดกท�มปญหาระบบหายใจ.ใน บญเพยร จนทวฒนา

ฟองคา ตลกสกลชย, ปญจางค สขเจรญ, วไล เลศธรรมเทว และศรสมบรณ มสกสคนธ

(บรรณาธการ),ตาราการพยาบาลเดก เลม 2.ฉบบปรบปรงคร2งท�1. (หนา605-652).กรงเทพฯ:พร-วน

สวลกษณ วงษธรภค . การดแลผปวยเจาะคอท�บาน (ผใหญ) ,คมอปฎบตการพยาบาลท�บาน .

บรรณศลปพรนต/ง .2540

Cannaby, A. et al (2002) Nursing care of patients with nasogastric feeding tubes.British Journal of

Nursing; 11: 6, 366-372.

Fearon, J. (2000) Enteral feeding. In: Huband, S., Trigg, E. (2000) Practices in Children's Nursing:

Guidelines for Community and Hospital . London: Churchill Livingstone.

www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=483

Recommended