of 21 /21
สานักงานวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน สนับสนุนโดยแผนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข รายงานการศึกษา การวิเคราะห์เครื่องมือและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการประเมินสุขภาพชุมชน ธันวาคม 2554

รายงานการศึกษา file1 ง า | ข รายงานการศึกษา การวิเคราะห์เครื่องมือและกระบวนการที่เกี่ยวขอ้งกบัการประเมินสุขภาพชุมชน

  • Author
    others

  • View
    0

  • Download
    0

Embed Size (px)

Text of รายงานการศึกษา file1 ง า | ข...

  • ส านกังานวจิยัและพฒันาระบบสุขภาพชุมชน

    สนบัสนุนโดยแผนงานพฒันาระบบสุขภาพชุมชน สถาบนัวิจยัระบบสาธารณสุข

    รายงานการศึกษา

    การวิเคราะห์เคร่ืองมือและกระบวนการท่ีเก่ียวขอ้งกบัการประเมินสุขภาพชุมชน

    ธนัวาคม 2554

  • 1

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    รายงานการศึกษา

    การวเิคราะห์เคร่ืองมือและกระบวนการท่ีเก่ียวขอ้งกบัการประเมินสุขภาพชุมชน

    ท่ีมาการศึกษา การศึกษานี้ เป็นส่วนหน่ึงของแผนงานพัฒนาระบบสขุภาพชุมชน โดยการสนับสนุนของกระทรวงสาธารณสขุ

    สถาบันวิจัยระบบสาธารณสขุ ส านักงานหลักประกนัสขุภาพแห่งชาติ ส านักงานคณะกรรมการสขุภาพแห่งชาติ และ

    องค์การอนามัยโลก(ประเทศไทย)ภายใต้การบริหารจัดการของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสขุ (ในขณะน้ัน ปัจจุบัน

    บริหารจัดการแผนงานโดยส านักงานวิจัยและพัฒนาระบบสขุภาพชุมชน สถาบันพัฒนาสขุภาพอาเซียน

    มหาวิทยาลัยมหิดล) ซ่ึงการศึกษาวิจัยน้ีอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่สอง เร่ืองการศึกษาวิจัยเพ่ือสร้างองค์ความรู้เพ่ือ

    สนับสนุนการพัฒนาระบบสขุภาพชุมชน

    การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ทั่วไปเพ่ือวิเคราะห์เคร่ืองมือและกระบวนการหลักส าหรับการประเมินสขุภาพชุมชน

    เน่ืองจากเคร่ืองมือการประเมินชุมชนและกระบวนการหลักที่ใช้มีหลากหลาย การศึกษาน้ีจึงครอบคลุมในส่วนของการ

    รวบรวมเคร่ืองมือที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่เน่ืองจากแหล่งทุนและคณะวิจัยต้องการเน้นศึกษาเชิงลึกของเคร่ืองมือเพ่ือให้

    เกดิการน าไปใช้ขยายผลชัดเจนจึงต้องมีการเลือกวิเคราะห์บางเคร่ืองมือเทา่นั้น ทั้งน้ี คณะวิจัยได้พัฒนาเกณฑก์าร

    เลือกวิเคราะห์เคร่ืองมือประเมินสขุภาพชุมชน ดังน้ี คือ 1) เป็นเคร่ืองมือที่ยืดหยุ่นและสามารถตอบสนองการประเมิน

    สขุภาพชุมชนในมิติที่กว้างขวางมากกว่าการประเมินเฉพาะด้านสขุภาพ 2) เป็นเคร่ืองมือที่มีบุคคลต้นต ารับที่พัฒนา

    เคร่ืองมือ มีเอกสารเกี่ยวกบัเคร่ืองมือที่สามารถสบืค้นได้ชัดเจน ทั้งน้ี อาจมีรายละเอียดหรือกรอบเน้ือหา

    (template)การใช้เคร่ืองมือหรือไม่กไ็ด้ 3) เป็นเคร่ืองมือที่ยืดหยุ่น สร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกช่วยสร้างเสริมให้

    เกดิการจัดการตนเองในชุมชน 4) มีการประยุกต์ใช้ในพ้ืนที่ที่บริบทหลากหลาย

    กรอบการวิเคราะห์ของเคร่ืองมือที่วิเคราะห์น้ันประกอบด้วยที่มา ความส าคัญหรือหลักการพัฒนาเคร่ืองมือ

    วัตถุประสงค์ รุปแบบ/วิธกีารใช้ จุดเด่นและประโยชน์ที่เกดิข้ึน ข้อจ ากดั/เง่ือนไข ตัวอย่างกรณีศึกษาที่มีการใช้

    เคร่ืองมือดังกล่าว ทั้งน้ีเพ่ือน าไปสู่การสงัเคราะห์และเสนอชุดตัวช้ีวัดที่สามารถน าไปสู่การประเมินสขุภาพชุมชนที่

    เข้มแขง็ได้ต่อไป โดยหวังว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกบัการพัฒนาระบบสขุภาพชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วย

    บริการสาธารณสขุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชนหรือนักพัฒนาต่างๆจะสามารถน าเคร่ืองมือดังกล่าวไป

    ปรับประยุกต์ใช้ในบริบทต่างๆได้อย่างเหมาะสมและเกดิประสทิธภิาพสูงสุดต่อไป

  • 2

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    กระบวนการศึกษา กระบวนการศึกษาประกอบด้วย

    1) การทบทวนวรรณกรรมซ่ึงประกอบด้วยเอกสารงานวิจัยและองค์ความรู้เกี่ยวกบัการประเมินสขุภาพชุมชน รายงาน

    วิจัยและ/หรือบทสังเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกบัการใช้เคร่ืองมือประเมินชุมชนในบริบทการพัฒนารวมทั้งบทเรียนที่เกิดข้ึน

    จากองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง

    2) การสมัภาษณ์เชิงลึกด้วยแบบค าถามกึ่งโครงสร้างจากผู้เช่ียวชาญด้านการพัฒนาระบบสขุภาพชุมชนจ านวน 3 คน

    ประกอบด้วย

    อาจารย์นพ.อมร นนทสตุ ผู้ที่พัฒนาเคร่ืองมือช่วยการพัฒนาศักยภาพและความร่วมมือในการท างานของภาคี

    หุ้นส่วนต่างๆเพ่ือพัฒนาระบบสขุภาพในระดับต าบลด้วยแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์(Strategic Route Map)

    ผศ.ดร.บัญชร แก้วสอ่ง ผู้อ านวยการฝ่ายวิจัยเพ่ือท้องถิ่น ส านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)ที่ร่วม

    ผลักดันให้เกดิการประยุกต์ใช้เคร่ืองมืองานวิจัยเพ่ือการพัฒนาของท้องถิ่น(Community Based Research)

    โดยให้ท้องถิ่นและชุมชนด าเนินการด้วยตนเองและต่อยอดเช่ือมโยงกบัเคร่ืองมือการประเมินทุนชุมชน(Social

    Mapping)

    อาจารย์นเรศ สงเคราะห์สขุ นักพัฒนาอสิระที่มีการปรับประยุกต์และถ่ายทอดการใช้เคร่ืองมือหลายช้ินที่บูรณา

    การเพ่ือพัฒนาสขุภาพชุมชนในบริบทชุมชนภาคเหนือและกลุ่มชาติพันธุต่์างๆ

    นอกจากน้ี ได้สนทนากลุ่มนักวิจัยจากคณะต่างๆในมหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐมจ านวน 6 ทา่น ด้วยค าถาม

    กึ่งโครงสร้างชุดเดียวกนั โดยนักวิจัยทั้งหมดเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์การใช้เคร่ืองมือประเมินศักยภาพต้นทุนชุมชนที่

    พัฒนาโดย ส านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ส านักสนับสนุนการสร้างสขุภาวะในพ้ืนที่และชุมชน)

    ภายใต้โครงการการพัฒนาต าบลสขุภาวะในจังหวัดนครปฐม

    3) การจัดประชุมระดมสมองระหว่างนักวิจัย นักวิชาการที่มีประสบการณ์การวิจัยและพัฒนาระบบสขุภาพชุมชนโดยใช้

    เคร่ืองมือที่หลากหลาย โดยเฉพาะในเครือข่ายวิจัยชุมชน(Community Research Cluster)

    มหาวิทยาลัยมหิดล ซ่ึงได้ด าเนินการต่อเน่ือง รวม 3 คร้ัง ดังน้ี

    คร้ังที่ 1 วันที่ 1 กนัยายน 2554 ผู้เข้าร่วมจ านวน 8 คน ประเดน็เน้นเร่ือง เคร่ืองมือที่เกี่ยวข้องกบัการพัฒนาระบบ

    สขุภาพชุมชน น าเสวนาโดย ผศ.ดร.วิรัตน์ ค าศรีจันทร์ คณะสงัคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ

    ผศ.ดร.โสฬส ศิริไสย์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล

  • 3

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    คร้ังที่ 2 วันที่ 10 ตุลาคม 2554 ผู้เข้าร่วมจ านวน 11 คน ประเดน็เน้นเร่ือง การประเมินบุคคลและชุมชนเพ่ือพัฒนา

    สขุภาพชุมชน น าเสวนาโดย ดร.ศุภลักษณ์ แกมทอง คณะเทคนิกการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล

    คร้ังที่ 3 วันที่ 27 ธนัวาคม 2554 ผู้เข้าร่วมจ านวน 10 คน ประเดน็เน้นเร่ืองการประเมินแบบเสริมพลังกบัการ

    ท างานชุมชน น าเสวนาโดย ผศ.ดร.ธรีเดช ฉายอรุณ คณะสงัคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

    ผลการศึกษา การศึกษาน้ีก าหนดค าส าคัญที่เกี่ยวข้อง ดังน้ี

    ระบบสขุภาพชุมชน คือ ระบบความสมบูรณ์และสมดุลย์ทางสภาวะที่เอื้อให้คนในชุมชนมีสขุภาพทางกาย จิต สงัคม

    และจิตวิญญาณที่เหมาะสมต่อการด ารงอยู่รวมกนัเป็นชุมชน โดยมีฐานของความเป็นชุมชนที่เป็นความสัมพันธข์อง

    กลุ่มคนที่อยู่ร่วมกนัอย่างมีระบบการจัดการทางทรัพยากรพ้ืนฐานในการด ารงชีวิต การจัดการทรัพยากร การกระจาย

    ผลประโยชน์และอ านาจ มีระบบการจัดการกบัความขัดแย้งและมีสิ่งยึดเหน่ียวร่วมกนัเป็นสงัคมอย่างย่ังยืนและเอื้อ

    อาทรต่อกนั (อ้างโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสขุภาพชุมชน 2552)

    สขุภาพ หมายถึง สขุภาวะที่สมบูรณ์พร้อมทั้งทางกาย ทางจิตใจ ทางสังคม และทางปัญญา(จิตวิญญาณ) สขุภาพมิใช่

    เพียงการปราศจากโรคหรือทุพพลลภาพเทา่นั้น(องค์การอนามัยโลก)

    ชุมชน หมายถึง กลุ่มประชากรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอนัเน่ืองมากจากการมีผลประโยชน์ หรือ มีค่านิยมร่วมกนั หรือ มี

    ปัญหาร่วมกนั หรือ อาศัยอยู่ในอาณาเขตทางภมูิศาสตร์เดียวกนั หรือมีความสนใจและมีกจิกรรมเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง

    ร่วมกนั ในที่น้ีให้ความส าคัญกบัชุมชนที่มีขอบเขตระดับต าบลหรือเทศบาล(ธรรมนูญว่าด้วยระบบสขุภาพแห่งชาติ

    พ.ศ. 2552)

    ทั้งน้ี จากกระบวนการศึกษาทั้งหมดดังกล่าว สามารถประมวลข้อค้นพบและองค์ความรู้ที่เกดิข้ึนใหม่ตามกรอบการ

    วิเคราะห์ที่แสดงในแผนภาพ 1 ได้ดังน้ี

  • 4

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    จากแผนภาพ1 แสดงกรอบการวิเคราะห์ของเคร่ืองมือที่น ามาวิเคราะห์ภายใต้การศึกษา 2 หมวด คือ 1) สาระส าคัญ

    ของเคร่ืองมือในเชิงหลักการ เป้าหมาย วิธกีารใช้ ประโยชน์ที่เกดิข้ึนและ 2) บทเรียนในการประยุกต์ใช้เคร่ืองมือซ่ึง

    ครอบคลุมจุดเด่น ข้อจ ากดั/เง่ือนไขการใช้หรือบริบทเฉพาะที่ท าให้สามารถใช้เคร่ืองมือได้อย่างมีประสิทธภิาพ ดัง

    รายละเอยีดดังน้ี

    แผนทีท่างเดินยุทธศาสตร ์(Strategic Route Map)

    เป้าหมายเชิงหลักการ เพ่ือให้เกดิการปรับเปล่ียนทศิทางการพัฒนาสุขภาพ จากการพัฒนาที่มุ่งบริการสุขภาพไปสู่การสร้างบทบาทของประชาชนที่จะท าให้ชุมชนท้องถิ่นได้ลุกมาจัดการปัญหาของตนเองด้วยความมีส านึกต่อส่วนรวม มุ่งม่ันและเตม็ใจให้การพัฒนาสุขภาพมีความย่ังยืน สามารถแก้ไขปัญหาสาธารณสุขที่มีความยุ่งยากและเกี่ยวพันกับพฤติกรรมสขุภาพของชุมชนได้

    แผนที่ทางเดนิยุทธศาสตร์(SRM)

    • สาระและกระบวนการหลัก • บทเรียนในการประยุกต์ใช้

    วิจัยชุมชนและการประเมนิต้นทุน

    ชุมชน

    • สาระและกระบวนการหลัก • บทเรียนในการประยุกต์ใช้

    เคร่ืองมอืหลายชิ้นที่มกีารบูรณาการภายใต้หลักการมี

    ส่วนร่วม

    • สาระและกระบวนการหลัก • บทเรียนในการประยุกต์ใช้

    เคร่ืองมือการประเมินชุมชน

    ที่เลือกตามเกณฑช้ี์วัด

  • 5

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    วัตถุประสงค์เชิงกระบวนการ เสริมศักยภาพชุมชน ในการตัดสินใจ วางแผน และขับเคล่ือน ในการท างานเพ่ือบรรลุจุดมุ่งหมายในเร่ืองของการส่งเสริมสุขภาพ การเฝ้าระวัง และการป้องกันเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจนกลายเป็นสงัคมการเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มคน/ผู้ที่ต้องการมีเคร่ืองมือช่วยการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์รูปแบบใหม่ ที่ผ่านมามีการก าหนดและสนับสนุนให้ใช้ในพ้ืนที่ระดับต าบล โดยกระทรวงสาธารณสุข(ผ่านกองสนับสนุนการสร้างสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสขุภาพ)และส านักงานหลักประกนัสขุภาพแห่งชาติ(ผ่านส านักการมีส่วนร่วมของภาคี) ภายใต้นโยบายการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลและการพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพ้ืนที่(กองทุนต าบล) กลวิธกีารน าไปใช้

    ผสมผสานการประเมินศักยภาพกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียการพัฒนาร่วมกับการเสริมพลังการพัฒนาชุมชนไปในทศิทางและจุดหมายที่ก าหนดร่วมกนัด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม

    ใช้กระบวนการในการพูดคุยและพัฒนาบทบาทของประชาชน ทั้งในฐานะสมาชิกของสงัคมและองค์กรชุมชน เน้นบริหารการเปล่ียนแปลง (ส่งเสริมบทบาทและศักยภาพของผู้น าการน าเปล่ียนแปลง)โดยการเปล่ียน

    ทศันะ การเปล่ียนกระบวนการท างาน(จากแนวตั้งสู่แนวราบ) การเปล่ียนการด าเนินงานตามยุทธศาสตร์เดิม เป็นการท างานแบบภาคีเครือข่าย และเร่ิมต้นจากปัญหาหรือสถานการณ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

    กระบวนการหลัก การสร้างและใช้ประโยชน์แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ที่ชุมชนร่วมกันด าเนินการมี 7 ขั้นตอนหลัก คือ 1) การวิเคราะห์บริบทและสถานการณ์ 2) การก าหนดจุดหมายปลายทาง 3) การสร้างและตรวจสอบแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ 4) การสร้างแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ระดับปฏิบัติการ 5) การนิยาม เป้าประสงค์ ตัวช้ีวัดรวมถึงการสร้างนวตกรรมและมาตรการทางสงัคม 6) การสร้างแผนปฏบัิติการ 7) การเปิดงานและติดตามผล ประโยชน์/ผลที่ได้

    ชุมชนมีความหวังและสร้างความท้าทายในการด าเนินกิจกรรมต่างๆ เพ่ือให้สามารถรับมือกับปัญหาสุขภาพระดับชุมชนได้

    ความร่วมมือของชุมชนในการระดมสมองและการมีส่วนร่วมแบ่งปันข้อมูลที่อาจน าไปสู่ก าหนดกฎระเบียบหรือมาตรการทางสงัคมโดยสมาชิกของชุมชนน้ันๆเอง และน าไปสู่การบูรณาการในการท างาน และการเรียนรู้ของคนในชุมชน

    เครือข่ายการท างานที่เข้มแขง็ข้ึนทั้งภายใน และภายนอกชุมชน อีกทั้งเกิดความตระหนักในความรับผิดชอบในการปรับเปล่ียนและดูแลสขุภาพของตัวเอง

    จุดแขง็ สร้างความตระหนักต่อการมีส่วนร่วมของชุมชน และการบูรณาการการท างานในชุมชน

  • 6

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    เสริมศักยภาพและพัฒนาการเรียนการสอนรวมทั้งการเรียนรู้ ในตัวบุคคลด้วยการปฎิบัติ สามารถใช้ได้ในหลากหลายบริบทและเน้ือหางาน ระยะที่ต้องการพัฒนา ทั้งน้ีขึ้ นกับการก าหนดร่วมของ

    ผู้เกี่ยวข้อง

    ข้อจ ากดั/เง่ือนไขเฉพาะ

    ขั้นตอนแรกของการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์เพ่ือการเรียนรู้ ชุมชนและหาจุดยืน(position)ที่เป็นอยู่

    ในปัจจุบันของชุมชนส าคัญมาก โดยเฉพาะการมีข้อมูลส าคัญของชุมชน ฐานคิดและประสบการณ์การศึกษา

    ข้อมูล การเตรียมข้อมูลจากผู้รู้ในชุมชนหรือคนที่เข้าใจในเร่ืองที่จะท า รวมถึงการเช่ือมโยงวิเคราะห์ข้อมูลชุด

    ต่างๆให้ได้

    ต้องการกระบวนการหรือผู้ที่สามารถถ่ายทอดหลักคิดและเป้าหมายของการมีและใช้แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์

    รวมทั้งเอื้อให้กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีทกัษะจ าเป็นส าหรับกระบวนการมีส่วนร่วม

    “ชุมชนมีใจทีเ่ป็นอนัหนึง่อนัเดียวกนั มีจดุมุ่งหมายเดียวกนั สามคัคีกลมเกลียวกนัมากข้ึน

    ...ชุมชนมีการพูดคยุ มีการประสานงานระหวา่งชุมชน หน่วยงานทีเ่กีย่วขอ้งอย่างลงตวั ลด

    ขอ้จ ากดัทางสงัคมหากเป็นสิ่ งทีเ่กิดประโยชนก์บัประชาชนอย่างแทจ้ริง

    ...ชุมชนท าเองโดยไม่ตอ้งมีการสัง่งานจากใคร ท าแลว้มีความสขุ เกิดความยัง่ยืนในโครงการทีท่ า

    เกิดความภาคภมิูใจ” (กรณีชุมชนต าบลส าเภารูน อ.บวัเขต จ.สริุนทร,์ หนา้113 การถอด

    ประสบการณก์ารใชแ้ผนทีท่างเดินยุทธศาสตรใ์นชุมชน)

    “การท าแผนทีท่างเดินยุทธศาสตรต์อ้งเปิดใจ ค่อยๆเดินทีละขัน้ ท าใหม้องไดต้ลอด เห็นวา่จะตอ้ง

    ประเมินอะไร การท าตารางนิยามเป้าประสงค ์ท าใหม้องเห็นภาพรวมของโครงการทัง้หมด หากไม่

    เขียนเอง ท าเอง(ลงมือปฏิบติัดว้ยตนเอง)จะไม่รู.้..ปี 2554 การขบัเคลือ่นSRMขององคก์ร ท า

    เรือ่งเดียวคือ บุคลากรมีสมรรถนะ โดยเนน้ประเดน็ การปรบัเปลีย่นกระบวนทศันแ์ละพฤติกรรม

    การใชแ้ผนทีท่างเดินยุทธศาสตรข์องบุคลากรในโรงพยาบาล” (กรณีโรงพยาบาลสวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง

    จ.ราชบุรี, หนา้ 184. การถอดประสบการณก์ารใชแ้ผนทีท่างเดินยุทธศาสตรใ์นชุมชน)

  • 7

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    การน าแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ไปใช้ต้องท าให้เป็นทมีและมีการรับรู้ข้อมูล การรับผิดชอบงานแต่ละด้านให้

    สอดคล้องเช่ือมโยงกนัและกัน อาจเกดิภาวะสบัสน ตามไม่ทนัสถานการณ์การพัฒนาได้ในกรณีผู้น าและ

    สมาชิกองค์กรชุมชนในพ้ืนที่ที่มีประสบการณ์น้อย

    บทเรียนส าคัญ

    1. บุคคลหรือกลุ่มคนที่เป็นผู้น าในการดูแลสุขภาพ สามารถเป็นต้นแบบเพ่ือพัฒนาแนวทางในการท างานเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ

    2. การประเมินตนเองจากตัวช้ีวัดที่ชุมชนสร้างข้ึนเกดิประโยชน์ต่อการพัฒนาเพราะจะเหน็ระดับการพัฒนาที่ชัดเจน 3. ความสมดุลระหว่างการบริการและการพัฒนา ในการดูแลสขุภาพเชิงยุทธศาสตร์ซ่ึงการบริหารการเปล่ียนแปลง เป็นสิ่งจ าเป็นที่จะเปล่ียนไปสู่การพัฒนาระบบสขุภาพที่ย่ังยืน

    “การช่วยกนัคิด ช่วยกนัท าทีละประเดน็จะท าใหเ้ขา้ใจและเชือ่มโยงได ้การจดักระบวนการทีใ่หเ้วลาและ

    โอกาสคนทีจ่ะมาเขา้ร่วมไดม้าเรียนรูร่้วมกนั ร่วมคิด ร่วมท าและร่วมตดัสินใจจะท าใหเ้ขา้ใจตัง้แต่แรก

    และเป็นการปลกูจติส านึกในการท างานของแกนน าใหเ้ห็นความส าคญัและประโยชนข์องการมีส่วนร่วม

    ของชุมชนและมีจติอาสา....ผูเ้ขา้ร่วมควรมีความสามารถเฉพาะดา้น เช่น รูป้ระวติัชุมชน ความเป็นเครือ

    ญาติ ความสมัพนัธก์บัเรือ่งทีท่ า ภมิูปัญญา ชาวบา้น ครู เป็นผูรู้ห้รือมีประสบการณจ์ากทีอื่น่ มีแนวคิด

    ทีดี่ มีใจอาสาเสียสละ มีเวลาทีจ่ะร่วมกิจกรรม” (กรณีชุมชนในพ้ืนทีต่ าบลเมืองแก อ.ท่าตมู จ.สริุนทร ์

    , หนา้ 99 การถอดประสบการณก์ารใชแ้ผนทีท่างเดินยุทธศาสตรใ์นชุมชน)

    “การประเมินสถานการณใ์ชก้ารออกประชาคมทกุหมู่บา้นและการน าขอ้มลูมาวเิคราะห์ร่วมกบัขอ้มลูของศูนย์

    สขุภาพชุมชน ตรวจสอบความครบถว้นสมบูรณ ์และความถกูตอ้งเพือ่ใหไ้ดข้อ้มลูทีเ่ป็นจริงมากทีส่ดุ..แต่

    ปัญหามีมากมาย เจา้หนา้ทีเ่องกไ็ม่เขา้ใจในทฤษฎี ไม่รูว้า่ขอ้มลูทีมี่วเิคราะห์ถกูตอ้งหรือไม่” (กรณีชุมชนต าบล

    นาสีนวน อ.เมือง จ.มกุดาหาร , หนา้ 146 การถอดประสบการณก์ารใชแ้ผนทีท่างเดินยุทธศาสตรใ์นชุมชน)

  • 8

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    4. ความส าคัญของการเกดิข้ึนและด ารงอยู่ของแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ได้แก่ การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน การหนุนเสริมกิจกรรมอย่างต่อเน่ือง การสร้างทายาทและภาวะผู้น า การมีโครงสร้างและก าหนดบทบาทที่ชัดเจน การมีจุดมุ่งหมายและบูรณาการงานร่วมกนั ตลอดจนความสามารถในการจัดการความรู้ของชุมชนต่อเน่ือง

    5. ความท้าทายในการพัฒนาระบบสขุภาพ และการสร้างแรงจูงใจให้กบัประชาชนในการดูแลตัวเอง 6. ปัจจัยความส าเร็จที่ส าคัญต่อการเปล่ียนแปลงพฤติกรรม คือความเข้มแขง็ของชุมชนที่มีมาตรการทางสังคม และระบบสขุภาพชุมชน โดยใช้เคร่ืองมือน้ี (SRM) ในการเข้าถึงเป้าหมายเพ่ือการเปล่ียนแปลงที่ดี

    วิจยัชุมชนและการประเมินตน้ทุนชุมชน(Community Based Research&Social Mapping)

    เป้าหมายเชิงหลักการ เป็นเคร่ืองมือที่สนับสนุนให้ชุมชน ท้องถิ่นมีขีดความสารถในการใช้กระบวนการวิจัยเพ่ือแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างยืน งานวิจัยลักษณะน้ีต่างจากงานวิจัยอื่นๆตรงที่ต้องมีปฏบัิติการอย่างมีส่วนร่วมและมิได้เน้น “ผลงานวิจัย” เป็นหลัก แต่มองงานวิจัยเป็น “กระบวนการ” ในฐานะที่เป็นเคร่ืองมือที่จะเพ่ิมพลังชุมชน เพ่ือให้ชุมชนได้ร่วมกนัจัดการชีวิตของตัวเอง เป็นหาทางหน่ึงที่จะน าไปสู่การเสริมความเข้มแขง็ของชุมชนได้

    วัตถุประสงค์เชิงกระบวนการ เป็นกระบวนการงานวิจัยที่ให้เกิดการร่วมคิด ร่วมท า ร่วมทุนโดยคนในชุมชนในพ้ืนที่(ระดับหมู่บ้าน ต าบล) เพ่ือตั้งค าถาม วางแผนและด าเนินการวิจัยเพ่ือหาค าตอบและเรียนรู้จากการวิจัยเชิงปฏบัิติการและประสบการณ์ของตนเอง โดยประสานความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้องในพ้ืนที่ ทั้งน้ี เพ่ือที่จะมีกระบวนการท างานอย่างเป็นเหตุเป็นผล สามารถก าหนดอนาคตและแก้ไขปัญหาของชุมชนตนเอง ทั้งน้ีอาศัยประสานความร่วมมือกับภาคีที่ใช้ข้อมูลความรู้ เครือข่ายทางปัญญาเพ่ือการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชนมาร่วมด าเนินการ กลุ่มเป้าหมาย กรณีส านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.โดยฝ่าย)มีการสนับสนุนทุนวิจัย ระบบพ่ีเล้ียงและ

    เช่ือมโยงเครือข่ายของกลุ่มนักวิจัยชุมชน(ต่อมาเรียกการวิจัยเพ่ือพัฒนาท้องถิ่น) ระยะต่อมาส านักงานสนับสนุน

    กองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้สนับสนุนให้เกิดการวิจัยลักษณะน้ีเพ่ือเป็นเคร่ืองมือในการสร้างความรู้และ

    พัฒนาสขุภาพชุมชนในพ้ืนที่ต าบลสุขภาวะด้วย ดังน้ันกลุ่มเป้าหมายจะเน้นกลุ่มคนในชุมชน องค์กรชุมชนรวมทั้งภาคี

    ต่างๆในชุมชน ต่อมาขยายการใช้หลักคิดและกระบวนการสร้างงานวิจัยท้องถิ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ

    หน่วยงานรัฐในพ้ืนที่ร่วมด าเนินการด้วย

    กลวิธีการน าไปใช้ ด้วยเง่ือนไขของการใช้เคร่ืองมือในบริบทการใช้ที่ไม่เหมือนกันเลย ความส าคัญการใช้ “งานวิจัย

    ท้องถิ่น”เป็นเคร่ืองมือข้ึนอยู่กบัโจทย์หลักที่ต้องการประเมิน โดยชุมชนต้องสามารถประเมินสภาพและศักยภาพตัวเอง

    ได้ และทดลองปฎิบัติการตามศักยภาพที่ตนเองมีได้ เบ้ืองต้นกรณีคิดไม่ออกว่าจะประเมินอะไรให้น าSocial mapping

    มาใช้เบ้ืองต้นก่อน เพ่ือผนวกให้ชาวบ้านได้เร่ิมต้นในการจับปัญหา และลงลึกกบัปัญหา

  • 9

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    กระบวนการหลัก การประเมินทุนและศักยภาพทางสังคม(social mapping)ในชุมชนมีหลายมิติประกอบด้วย ลักษณะทางกายภาพ

    ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับสภาพชุมชน ศักยภาพทางเครือญาติ /ทางสังคม ศักยภาพทางเศรษฐกิจ ศักยภาพทาง

    ปัญญา การด ารงอยู่ของภูมิปัญญาชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและการเอื้ อประโยชน์ชุมชน บุคคลและองค์กรที่มีและ

    บทบาทส าคัญในชุมชน โดยทั้งหมดอาจเป็นการให้รู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหน(mapping ) หรือ จะมีรายละเอียดมากน้อย

    ขึ้ นอยู่กับเป้าหมายในการตั้งโจทย์หรือการให้ความส าคัญต่อประเดน็น้ัน ทั้งน้ีใช้เป็นพ้ืนฐานของการท าวิจัยท้องถิ่น

    (สกว.)

    กรณีของการค้นหาศักยภาพทุนต าบลกระบวนการสู่การปฎิบัติในพ้ืนที่(สสส.)จะมีการประเมินชุมชนจากโครงสร้างหลักของต าบล 7 หมวดเน้ือหา ประกอบด้วย 1) ข้อมูลทุนที่แสดงศักยภาพของต าบล )ทุนทางสังคม ,กลุ่มเครือข่าย/

    หน่วยงาน /องค์กร /สถาบัน ,ทรัพยากร ( 2) การสื่อสาร 3) การดูแลสุขภาพ ปัญหาสุขภาพและบริการ 4) ประชากร 5) สิ่งแวดล้อม 6) เศรษฐกจิชุมชน และ7) การเมืองการปกครอง โดยใช้ทั้งการใช้โปรแกรมการประเมินชุชนแบบชาติพันธุว์รรณา(RECAP: Rapid Ethnography Community Assessment Program) โดยกระบวนการสร้างการเรียนรู้ ผ่านการรวบรวมจัดเกบ็และใช้ประโยชน์ข้อมูลจากองค์กรชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพ่ือน าไปสู่การพัฒนาแผนและปฏบัิติการพัฒนาต าบลสขุภาวะต่อไป ประโยชน์/ผลที่ได้ หากมองโครงการวิจัยชุมชนเป็นฐานเคร่ืองมือเพ่ือประเมินและด าเนินการที่น าไปสู่การใช้ประโยชน์และเกดิผลกระทบ

    ชัดเจน จะเกดิประโยชน์ที่ได้ดี ดังต่อไปนี้คือ

    1. เกดิการรวมกลุ่ม /กลไก ในชุมชน ที่น าไปสู่การจัดการด้านอื่นต่อไป (น ากระบวนการวิจัยไปใช้กบังานอื่น) 2. เกดิการพัฒนาคน หรือสร้างคน 3. ทมีวิจัยพ้ืนที่และผู้ร่วมงานเกดิการเรียนรู้ มีการพัฒนาศักยภาพ เช่น คิดเป็นระบบขึ้น /คนในชุมชนเก่งขึ้น

    มีบุคคลหรือกลุ่มคนใหม่ที่สามารถริเร่ิมและมีศักยภาพด าเนินการร่วมกนัได้มากข้ึน/ จัดการตนเองและความสัมพันธก์บัผู้อื่น กลุ่มอื่นทั้งในและนอกชุมชนได้ราบร่ืนหรือดีมากขึ้น เป็นต้น

    4. เกดิองค์ความรู้หรือปฏบัิติการที่สามารถน าไปแก้ปัญหาได้ 5. เกดิความเปล่ียนแปลงที่เป็นรูปธรรมของชุมชน

    จุดแขง็ กลุ่มนักวิชาการให้การยอมรับ Social mappingที่เป็นฐานการประเมินชุมชนฐานะเคร่ืองมือช่วยชุมชนจาก

    องค์กรภายนอกคิดว่าควรจะมี ควรจะรู้ เพ่ือประเมินpositionชุมชน และต่อยอดไปสู่การท าวิจัยชุมชนได้จริง

  • 10

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    เป็นชุดเคร่ืองมือและการจัดท าแนวทางการประเมินชุมชนด้วยเคร่ืองมือแบบรอบด้าน เน้นการจัดท าและใช้

    ประโยชน์จากกลุ่มต่างๆในชุมชนมากกว่าจะให้บุคคลหรือองค์กรภายนอกด าเนินการ

    หากภาคีในพ้ืนที่มีความเข้าใจชุดข้อมูลเชิงประจักษ์ของชุมชนจะสามารถน าไปร่วมกันวางแผนพัฒนาพ้ืนที่ได้

    อย่างมีประสทิธภิาพ

    ข้อจ ากดั/เง่ือนไขเฉพาะ

    ความเข้าใจในหลักการวิจัยท้องถิ่นด้วยเคร่ืองมือจากชุมชนซ่ึงเน้นทั้ง1) โจทย์ที่ชัดและมาจากชาวบ้าน 2)

    ชาวบ้านต้องมีส่วนร่วม3) ต้องมีการปฎิบัติการเพ่ือหาค าตอบ ภายใต้เป้าหมายที่จะสร้างการเปล่ียนแปลงใน

    พ้ืนที่ สร้างคนในพ้ืนที่ และสร้างความรู้ที่ผ่านกระบวนการศึกษาและขับเคล่ือนของชุมชน

    ต้องชัดเจนเร่ืองเป้าหมาย ทศิทางที่จะเน้น และรายละเอียดข้อมูลที่ต้องการ เน่ืองจากการใช้social

    mapping คือต้องให้รู้หมดทุกมุมแต่การรู้ทุกมุมอาจจะท าให้ไม่รู้สกัมุม เพราะเกดิจากการวางน า้หนักที่ไม่ดี

    พอวางน า้หนักไม่ดีกจ็ะเป็นปัญหา หรือการไปหาข้อมูลแบบไม่มีระบบกอ็าจจะไม่ท าให้ได้ข้อมูลมาเลย หรือ

    อาจได้แบบผิวเผินแทน

    พึงระวังเร่ืองอคติ ประสบการณ์ของนักวิจัยชุมชนเมื่อต้องใช้เคร่ืองมือ

    “จุดเด่นส าหรบัเครือ่งมือน้ีมองว่าเร็ว และใชร้ะยะเวลานอ้ยแต่ไดข้อ้มูลมาก ซึ่ง

    ภาษาพฒันาชุมชนเรียกว่า การประเมินสภาวะชนบทแบบเร่งด่วน ท าใหไ้ดข้อ้มูล

    เรว็ในระยะเวลาอนัสัน้ และหากมีการใส่กระบวนการลงไปดว้ยกจ็ะสรา้งใหเ้กิดการ

    เรียนรูร่้วมกบัชุมชนเพ่ิมไดอี้ก” (ผูใ้ชเ้ครือ่งมือจากมรภ.นครปฐม)

    “เครือ่งมือน้ีเป็นเครือ่งมือทีดี่ แต่จดุอ่อนนิดเดียวคือ คนทีใ่ชเ้ครือ่งมือ

    ยกตวัอย่าง อาจารยค์ณะวทิยาศาสตร ์ทีเ่ราไม่ถนดัทีจ่ะเขา้ไปพูดคยุ หรือ

    สอบถามในประเดน็เชงิลึก ทางทีมวจิยัชุมชนคณะวทิยาศาสตร ์จงึมีการน า

    เครือ่งมือชุดน้ีไปแปลงใหเ้ป็นประเดน็ค าถามแบบ Checklist เพือ่ใหง่้าย

    (ภายใตก้รอบเน้ือหาเดียวกนั แต่วธีิไดม้าหรือกระบวนการต่างกนั) จดุต่าง

    ขึ้นอยู่กบัความถนดัของคนใชเ้ครือ่งมือ ....การใชเ้ครือ่งมือตอ้งใชท้ัง้

    ประสบการณแ์ละความถนดั” (ผูใ้ชเ้ครือ่งมือจากมรภ.นครปฐม)

  • 11

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    บทเรียนส าคัญ

    1. กระบวนการต้องinvolve กลุ่มคนที่มีบทบาทและประสบการณ์หลากหลายของชุมชน และมีวิธกีารการศึกษาทั้ง

    จากข้อมูลมือสองและข้อมูลสดโยการสงัเกต สัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม กบักลุ่มคนต่างๆในพ้ืนที่

    2. ต้องการคนนอกที่เอื้อให้เกดิกระบวนการมากกว่าที่จะไปช่วยท าให้แบบมุ่งเป้าที่ความสมบูรณ์ของข้อมูลการ

    ประเมินหรือกระบวนการวิจัยที่ต้อง “ตอบโจทย์”เสมอ

    3. การประเมินความหมายโดยนัยยะคือการให้คุณค่า ดังน้ันสุดท้ายการศึกษาด้วยเคร่ืองมือจึงเป็นการให้คุณค่า

    เพ่ิมเติมนอกเหนือการอธิบายอย่างเดียว หากอธิบายอย่างเดียวกเ็ป็นเพียงการศึกษาหาความรู้ และการให้

    คุณค่านั้นขึ้นอยู่กบัสมาชิกในชุมชน

    การใชเ้ครือ่งมือหลายช้ินอย่างบูรณาการภายใตห้ลกัการมีส่วนร่วมของชุมชน

    เน่ืองจากกรณีน้ีมาจากการสมัภาษณ์ผู้เช่ียวชาญที่ใช้เคร่ืองมือหลายช้ินที่บูรณาการ มีรูปแบบ กระบวนการใช้ที่ไม่ได้ชัดเจน แต่เป็นการสะท้อนวิธีคิดและแนวทางการใช้เคร่ืองมือเพ่ือให้เข้าใจชุมชนในหลากหลายมิติด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในชุมชน เคร่ืองมือที่มีการบูรณาการและเอื้อให้เกดิการประเมินชุมชนดังกล่าว ประกอบด้วย 1) วงจรชีวิต เพ่ือเข้าใจวิถีชีวิตและการเปล่ียนแปลง 2) การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ 3) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยและองค์ประกอบ 4) การวิเคราะห์มูลค่า(รูป)กบัคุณค่า(นาม) ดังน้ันการวิเคราะห์ส่วนนี้ จึงเสนอตามประเดน็และเน้ือหาที่ต้องการศึกษาด้วยบทสัมภาษณ์และการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังน้ี

    เป้าหมายเชิงหลักการ เป็นกลุ่มที่ใช้ตัวเองและวิธิคิดเป็นเคร่ืองมือส าคัญโดยไม่มีTemplate แต่ผู้ใช้เหล่าน้ันมีแนว

    ทางการใช้น้ันอยู่ในหัว หยิบใช้เหมาะตามสภาพบริบท สถานการณ์ และโอกาส ที่พบเจอ เป้าหมายจึงเน้นกระบวนการ

    เรียนรู้ตนเองเพ่ือจะรู้จักและเข้าใจบริบทของชุมชนในมิติต่างๆทั้งเชิงโครงสร้างอ านาจ สังคม วัฒนธรรมและอื่นๆเพ่ือ

    น าไปสู่การพัฒนาชุมชนร่วมกนั

    วัตถุประสงค์เชิงกระบวนการ

    การดูศักยภาพคนในชุมชนน้ัน หากนิยาม “ศักยภาพ คือ การต่อสู้ในชีวิตประจ าวัน” หมายความว่าใครกต็ามที่ยังสู้อยู่ทุกวันน้ันคือศักยภาพแท้ และมองว่าการเร่ิมงานหากเร่ิมที่ศักยภาพจริงจะเร่ิมง่าย เพราะหากย้อนไปแค่ความทรงจ าอาจจะไม่มีแรงลุกเทา่กบัหาคนที่ยังคงท าอยู่ กลุ่มเป้าหมาย โดยทั่วไปมีการอ้างว่ามีการใช้เคร่ืองมือต่างๆแบบบูรณาการ แต่ความชัดเจนของวิธีคิดและรายละเอียดรูปธรรมด าเนินการยังมีความหลากหลายสงูมาก อย่างไรกต็าม ในกรณีน้ีได้มีการสนับสนุนให้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่ม

  • 12

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์กรชุมชนในภาคเหนือ โดยเฉพาะเครือข่ายการเรียนรู้ตนเองและเครือข่ายทางภาคเหนือ(เช่น เครือข่ายข่วงผญา เชียงราย )เพ่ือการพัฒนาระบบสขุภาพแนวใหม่ที่ใช้วิถีชุมชนเป็นบริบทการเรียนรู้ กลวิธกีารน าไปใช้ มีความชัดเจนในด้านวิธคีิดหากแต่ต้องฝึกฝนเรียนรู้และประยุกต์ใช้ด้วยศักยภาพของตนเอง ส่วนใหญ่น าไปใช้เพ่ือการพัฒนาระบบคิดของเจ้าหน้าที่ในระบบสาธารณสุข รวมทั้งการน าไปสู่รูปธรรมการพัฒนาระบบคุณภาพปฐมภมูิภายใต้ความเช่ือมโยงกบัระบบสขุภาพชุมชน กระบวนการหลัก เร่ิมต้นด้วยการชวนชุมชนทบทวนชีวิตกนัใหม่ โดยพิจารณาศักยภาพ และมิติสังคมวัฒนธรรมที่เปล่ียนแปลงไปว่าเป็นอย่างไร และดูปัจจัยที่เข้ามาท าให้เปล่ียน โดยพยายามเติมให้พอดีกับวัฒนธรรมที่เปล่ียนแปลงไป โดยไม่มีการ “ตั้งธง”ก่อนลงชุมชน แต่หา Positioning ของชาวบ้านว่าอยู่ตรงไหน เพ่ือเร่ิมต้นจากทุนเดิมที่เขามีอยู่แล้ว

    การมอง Positioning ในชุมชนอาจเป็นครอบครัว หรือกลุ่ม ซ่ึงจะดูประวัติศาสตร์ทั้งชีวิต หากเป็นกลุ่มจะมองเร่ืองการ

    ร่วมกลุ่มว่าอดีต หรือสมัยใหม่ เพราะการรวมกลุ่มในอดีตจะแตกต่างจากสมัยปัจจุบัน เพราะมองว่าความเป็นอยู่และ

    ความเป็นไปขึ้นกบัประวัติศาสตร์ หรือคุณค่า ความทรงจ าร่วมบางอย่างในชุมชน

    กระบวนการน้ีจะให้ความส าคัญ “ดวงตาใหม่ ซ่ึงเกิดมุมมองใหม่ มองเหน็ศักยภาพใหม่และจะเหน็positioning” เพ่ือ

    ต้ังค าถามย้อนกลับมาว่าแล้วในบทบาทเราที่เป็นอยู่จะเร่ิมต้นหรือจะต้องเข้าช่องไหน รวมทั้งกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

    ลักษณะ action – refection และเพ่ิมมิติของการวิเคราะห์ที่รอบด้าน การยืนยันในสิ่งที่ชุมชนมีและร่วมเป็นส่วนหน่ึงใน

    ชุมชนอย่างต่อเน่ือง

    “คนสาธารณสุขส่วนใหญ่มีเรือ่งราว และสิ่ งดีๆอยู่ในตัวมากมายเพียงแต่

    ขาดโอกาสทีใ่ช ้หรือแสดงออก ดว้ยภาระงานหรือขอ้จ ากดับางเรือ่งท าให้

    เขาท้ิงสิ่ งทีมี่ อนัน้ีรวมถึงชาวบา้นดว้ยวา่บางครัง้ชาวบา้นกไ็ม่ค่อยไดแ้สดง

    ถึงสิ่ งทีเ่ขามีใหเ้ราไดเ้ห็น หรือเชือ่มใหเ้ห็นไม่ได”้ นเรศ สงเคราะห์สขุ

    หลกัการคือ การชวนเรียนทีมเรียนรูก้บัชาวบา้นใหเ้ยอะๆ

    และเราบอกเสมอวา่สิ่ งเหล่าน้ีมนัคือชีวติจริง และมนัมีมิติ

    บางเรือ่งทีลึ่กมากกวา่สิ่ งทีเ่ห็น นเรศ สงเคราะห์สขุ

  • 13

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    ประโยชน์/ผลที่ได้

    1. เกดิการทบทวนตนเองและสะท้อนความคิดของผู้ใช้เคร่ืองมือ ทั้งยังช่วยให้กลุ่มในชุมชนสามารถเรียนรู้ ร่วมกนัในระหว่างปฏบัิติการได้ ทั้งน้ีกระบวนการที่เกดิข้ึนเป็นการเรียนรู้ ต่อเน่ือง

    2. การเรียนรู้ เพ่ือประยุกต์วิธคีิดและผสมผสานเคร่ืองมือการศึกษาชุมชนด้วย i)ประวัตศิาสตร์ชาวบ้านเพ่ือเป็นสื่อสร้างการเรียนรู้ ii) การเดินเพราะจะท าให้รู้ถึงการสร้างถิ่นฐาน การอยู่ร่วมกนั ระบบสงัคมเศรษฐกจิ และนิเวศของพ้ืนที่เพ่ือเข้าใจความเป็นองค์รวมiii)วัฒนธรรมที่แสดงวิธคีิดการมองคนทุกข์กบัคนมีและองค์ความรู้

    3. สร้างศักยภาพคน เอื้อให้เกิดเกดิองค์ความรู้หรือปฏบัิติการที่เกดิเปล่ียนแปลงและแก้ปัญหาได้

    จุดแขง็ สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองจากการด าเนินการในบริบทชุมชนได้ตลอด สามารถท าไปสรุปไปเพ่ือพัฒนา

    และเพ่ือที่จะสร้างให้เกดิผู้น า สามารถสร้างประสบการณ์ด้วยบริบทที่ท้าทายใหม่ๆเพ่ือใช้action- reflection approach

    ข้อจ ากดั/เง่ือนไขเฉพาะ

    ข้อจ ากดัในการถ่ายทอดการใช้เคร่ืองมือน้ี เพ่ือให้เข้าใจว่าจะบอกอะไรเพราะกระบวนการมันเช่ือมและ

    เกี่ยวพันกนัหมด พอเราเขียนเคร่ืองมือออกมาช้ินๆแล้วกก็ลายเป็นว่า “ไม่อนิ” กบัชุมชน เพราะการใช้

    เคร่ืองมือไม่เพียงแต่น าลงไปใช้แต่ประกอบด้วยด้านใน(inner side) ของผู้ใช้เคร่ืองมือน้ันๆด้วย ว่าเข้าใจและ

    สามารถท าให้เคร่ืองมือไม่ใช่เคร่ืองมือได้อย่างไร

    จริตการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลแตกต่างกนั ฐานคิดและประสบการณ์ในการใช้เคร่ืองมือลักษณะหลายช้ินอาจ

    สร้างความซับซ้อน ดังน้ันจ าเป็นที่ต้องมีผู้ช้ีชวนการคิดและสะท้อนตนเองอย่างต่อเน่ือง

    บทเรียนส าคัญ

    1. เคร่ืองมือดังกล่าวจะต้องรับใช้วิธคีิด รับใช้คนในชุมชน และเลือกใช้เหมาะสมกบัสถานการณ์ จังหวะ และ

    เข้าถึงการรับรู้และโลกทศัน์ของชาวบ้าน

    2. ในเชิงขยายผลจะท าได้จ ากดั เน่ืองจากผู้ที่จะถ่ายทอดการเรียนรู้เคร่ืองมือน้ีได้ ต้องเป็นผู้ที่มีวิธคิีดกว้างขวาง

    เข้าใจและประยุกต์หลายศาสตร์ได้ และมีทกัษะการสื่อสารที่สร้างสรรค์ รวมทั้งความสามารถในการวิเคราะห์

    และสะท้อนความคิดได้อย่างเป็นระบบ

  • 14

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    ข้อเสนอชุดตัวช้ีวัดชุมชนที่มีความเข้มแขง็

    ตัวช้ีวัดที่เกี่ยวข้องของชุมชนที่มีความเข้มแขง็น้ันเกี่ยวข้องอย่างมากกบัการก าหนด การให้ความหมาย หรือ

    คุณค่าจากชุมชน ขณะที่ชุมชนมีลักษณะที่หลากหลายมาก ท าให้มโนทศัน์และจุดยืนร่วมกนัของชุมชนต่อค าว่า “ความ

    เข้มแขง็” จึงสามารถแตกต่างกนัได้ อย่างไรกต็าม การสะท้อนความเข้มแขง็ของชุมชนสามารถเป็นส่วนหน่ึงของการ

    ประเมินหรือการศึกษาชุมชนตามรูปธรรมที่เกดิข้ึน ซ่ึงก าหนดและรับรู้ได้โดยชุมชน ด้วยการศึกษาพ้ืนที่ที่มีชุมชน

    เข้มแขง็ในหลายกรณี ภาพรวมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของความเข้มแขง็ของชุมชน ประกอบด้วย ความสามารถด ารง

    หรือคงอยู่ของคนในชุมชน อยู่ได้อย่างพอเพียงและเพียงพอทั้งในทางด้านเศรษฐกจิ สงัคม การเมือง และสขุภาพ

    หมายรวมถึงความสามารถที่จะมีอ านาจอสิระเพ่ือต่อรองกนัเอง ต่อรองระหว่างกลุ่มบุคคล ชุมชน หรืองค์กรที่มี

    ผลกระทบต่อชุมชนทั้งน้ีเพ่ือผลประโยชน์ส่วนรวมของชุมชนได้อย่างย่ังยืน รวมทั้งการมีกลไกที่จัดการชุมชนได้อย่าง

    เหมาะสม ด ารงอยู่ได้อย่างสันติสขุและสมานฉันท์

    ตัวช้ีวัดความเข้มแขง็ของชุมชนอาจก าหนดและแบ่งได้ 3 กลุ่ม เช่น ตัวช้ีวัดที่สะท้อนกลไกความเข้มแขง็ของ

    ชุมชน ตัวช้ีวัดที่สะท้อนความเข้มแขง็ของปัจจัยที่เอื้อหรือก่อให้เกดิความเข้มแขง็ของชุมชนและ ตัวช้ีวัดที่สะท้อนถึง

    กระบวนการที่น าไปสู่ความเข้มแขง็ของชุมชน ทั้งน้ีการก าหนดตัวช้ีวัด 3 กลุ่มดังกล่าวของชุมชนเข้มแขง็มิได้หมายถึง

    ชุมชนเข้มแขง็จะต้องมีมาตรฐานตามชุดตัวช้ีวัดดังกล่าว แต่จะให้ประโยชน์ในเชิงการประเมินสถานการณ์ มิติของความ

    เข้มแขง็ ความอ่อนแอ การสามารถที่จะเสนอทางเลือก ปรับเปล่ียนเง่ือนไขหรือกระบวนการเพ่ือการพัฒนาความ

    เข้มแขง็ตามที่ชุมชนปรารถนาต่อไป

    การวิเคราะห์ตัวช้ีวัดชุมชนเข้มแขง็จากข้อมูลที่มาจากการสะท้อนของพ้ืนที่ปฏบัิติการและผู้เช่ียวชาญที่จัดกลุ่ม

    ใน 3 กลุ่มตัวช้ีวัด ดังน้ี

    1.สะทอ้นกลไกความเขม้แข็งของชุมชน

    “การแสดงออกของชุมชนเข้มแขง็เขาจะไม่เน้นเร่ืองเงิน แต่เป็นประเดน็การพัฒนาที่เขาอยากท า คือเขาคิดเอง

    ว่าอยากท าอะไร ไม่เน้นเร่ืองงบประมาณเป็นหลักเน้นการจัดการ ดูไม่ยาก ดูง่ายๆแค่น้ี การประเมินแบบเรว็แค่พูดคุย

    กนัมันจะออกมาว่าชุมชนเป็นอย่างไร หากเรียกร้องมากเทา่ไหร่กเ็ข้มแขง็น้อยเทา่นั้น”(อ.นพ.อมร นนทสตุ)

    “การมองความเข้มแขง็ชองชุมชน มองเร่ืองใหญ่ที่สุดคือ กลไกและกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนยังมีอยู่ และ

    ท าหน้าที่ไปได้ตลอดเวลาหรือไม่ ซ่ึงเมื่อก่อนจะดูที่ปัญหา และคิดแบบไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ คิดว่าปัญหาลดแสดงว่า

    เข้มแขง็ สดุท้ายแล้วพบว่าไม่จริงเพราะปัญหามาใหม่เร่ือยๆ สงัคมเป็นเร่ืองที่ต้องอยู่กบัปัญหา ส าคัญคือต้องรู้ตัวเสมอ

    ว่าปัญหาเกิดจากอะไร ป้องกันได้ไหม หรือหากป้องกันไม่ได้ต้องมีการเรียนรู้ว่าท าไมถึงป้องกันไม่ได้ที่เรียกว่าถอด

  • 15

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    บทเรียน ซ่ึงหากชุมชนติดตามการเปล่ียนแปลงของตัวเอง ประคับประคองตัวเอง และป้องกันอะไรบ้างเร่ืองที่พอจะ

    คาดการณ์อนาคตได้บ้าง หรือใช้ประสบการณ์เดิมจัดการได้ตลอดเวลา”(อ.นเรศ สงเคราะห์สขุ)

    “ส าหรับเร่ืองกลไก ไม่เช่ือเร่ืองการมีกลไกเด่ียว แต่ต้องเป็นกลไกหลายกลไกที่คานกันไปมา ที่ไหนอ่อนแอ

    มากๆ จะมีผู้น าเผดจ็การคนเด่ียวซ่ึงชุมชนจะชอบ แต่มุมนักวิชาการไม่ชอบ ชอบการมีหลายกลุ่มในความหลากหลาย

    และมีการคานอ านาจกนั(ในชุมชน) กลุ่มผู้น าที่ผมท างานร่วมงานด้วยจะมีคละกนัในทุกรุ่น” (อ.นเรศ สงเคราะห์สขุ)

    “กรณีลงชุมชนแล้วพบผู้น าสวมหมวกหลายๆใบกลุ่มแบบน้ีกจ็ะมองแบบเร็วๆก่อนว่า แล้วท าไมไม่สร้าง

    โอกาสให้คนมีส่วนร่วมมากกว่าน้ี เพราะมองว่าผู้น าที่ดีควรจะต้องสร้างโอกาสและเอื้อให้เกิดการท างานร่วมกัน เพราะ

    มีความเช่ือว่า “Know how ไม่ส าคัญเทา่ know who” (อ.นเรศ สงเคราะห์สขุ)

    “ผู้น าที่เก่งในชุมชนเข้มแขง็ มักจะมีลักษณะเปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีการเจอกนัอยู่ มีการสร้างเง่ือนไขที่เอื้อ

    ให้เกิดการท ากิจกรรมร่วมกัน เพราะหากปล่อยให้เป็นรูปแบบต่างคนต่างอยู่จะย่ิงเป็นการสร้างก าแพง อันน้ีเป็น

    ประเดน็ที่ส าคัญที่สดุ” (อ.นเรศ สงเคราะห์สขุ)

    2.สะทอ้นความเขม้แข็งของปัจจยัทีเ่อ้ือหรือก่อใหเ้กิดความเขม้แข็งของชุมชน

    “ในมิติการพ่ึงตัวเองของประชาชนมองว่ามีน้อยมาก แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีปัญญาแต่อาจจะถูกซ้อนเร้นอยู่ แต่ในบาง

    พ้ืนที่ที่บอกว่าเข้มแขง็เพราะมีการแสดงตัวออกมา และที่บอกว่าพ่ึงตัวเองมองในปัจจัยอะไร เพราะปัจจัยมีมากมาย

    ตั้งแต่ความสามารถในการระดมทุนเอง ความสามารถในการบริหารจัดการ เป็นต้น แต่ระยะหลังชุมชนถูกจัดการจนลืม

    ว่าเดิมเป็นอย่างไร เช่น เร่ืองการเกษตรแจกแม้กระทั่งพันธุ์พืช จนท าให้วิถีชีวิตเดิมหายไป กลายเป็นมีการจัดการให้

    หมด แล้วพอจะมากระตุ้นให้เกิด(ความเข้มแขง็)ใหม่จึงไม่ใช่เร่ืองง่าย ทุนความเข้มแขง็เหล่าน้ี พูดได้ว่ามีอยู่แทบทุก

    พ้ืนที่แต่จะถูกซ่อนเร้นไว้” (อ.นเรศ สงเคราะห์สขุ)

    “…ส่วนปัญหาจะลดหรือไม่น้ันมองว่าให้ใส่ใจกับเร่ืองน้ีให้น้อยลง เพราะบางคร้ังเวลามีปัญหามากๆการ

    แก้ปัญหากต้็องใช้เวลามากๆด้วยเช่นเดียวกัน ต้องใช้เวลาในการสะสมทุน ใช้เวลาในการหาเพ่ือน หรือต้องรอจังหวะ

    คือมองว่าทุกอย่างเป็น dynamic แต่ทุกสิ่งกห็นีไม่พ้นสิ่งที่บอกว่า ภาวะวิสัย คือหากคุณบอกว่าชุมชนเข้มแขง็เร่ืองการ

    จัดการป่า แสดงว่าป่าต้องมีไม่ใช่ป่าหมดหายไป เป็นต้น คือต้องพิจารณา ภาวะวิสัย แบบที่เป็นจริง เช่น ป่าบางที่โดน

    สมัปทานมันกต้็องหมดแต่กม็ีแนวโน้มอย่างน้ันแล้ว เป็นต้น” (อ.นเรศ สงเคราะห์สขุ)

  • 16

    รายงาน

    การศึกษ

    า | สนบั

    สนุนโ

    ดยแผ

    นงาน

    พฒันาระบบ

    สุขภาพชุ

    มชน สถ

    าบนัว

    จิยัระบบ

    สาธารณ

    สุข

    3.กระบวนการทีน่ าไปสู่ความเขม้แข็งของชุมชน

    “ความเข้มแขง็ไม่มีความถาวร บางเร